เทียบยาโมลนิพิราเวียร์ กับ "ฟาวิพิราเวียร์" ยาโมลนูพิราเวียร์ออกฤทธิ์ในกลไกเดียวกับยาฟาวิพิราเวียร์ คือ ยับยั้งไวรัส โดยยาโมลนูพิราเวียร์นั้นถูกออกแบบมา เพื่อเป็นการยับยั้งไวรัสก่อโรคโควิด-19โดยเฉพาะ และได้ผลดีในผู้ที่มาอาการน้อยถึงปานกลาง ส่วนผู้ที่อาการหนักรักษาไม่ได้ผล โดยต้องให้ยาเร็ว ภายใน 5 วันตั้งแต่มีอาการ ขณะที่ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาที่ยับยั้งไวรัสตัวอื่นๆ ไม่ได้เฉพาะต่อไวรัสก่อโรคโควิด -19 และต้องให้ยาเร็วเช่นเดียวกัน
“ประสิทธิภาพยาโมลนูพิราเวียร์กับยาฟาวิพิราเวียร์ เปรียบเทียบกันยาก เพราะว่ายาฟาวิพิราเวียร์ไม่ได้มีการทำการทดลองศึกษาวิจัยแบบที่ทำในยาโมลนูพิราเวียร์ คือ เอาคนไข้สมมติ 1,000 คน แล้วมาแบ่งครึ่งๆ ได้ยาฟาวิพิราเวียร์และยาหลอก เนื่องจากประเทศไทยต้องรีบให้ยาผู้ป่วย และไม่มีใครกล้าศึกษาวิจัยแบบนี้”
เทียบโมลนูพิราเวียร์และฟ้าทะลายโจร การให้ยาฟ้าทะลายโจรนั้น จะให้ในผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการ ส่วนที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางจะให้ยาฟาวิพิราเวียร์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำการใช้ฟ้าทะลายโจรในผู้ป่วยโควิด-19ว่า สารสกัดฟ้าทะลายโจรถือว่าเป็นยา ต้องใช้อย่างระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ควรรับประทาน 180 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งวันละ 3 ครั้งต่อเนื่อง 5 วัน ส่วนเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปรับประทาน 3.5-5 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งวันละ 3 ครั้งต่อเนื่อง 5 วัน ข้อห้ามใช้คือผู้ที่มีอาการแพ้ หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร เพราะอาจกระทบทารกได้ ผู้ป่วยโรคตับและไตอาจทำให้ยาสะสมในร่างกาย เนื่องจากกำจัดยาได้ช้า รวมถึงผู้ที่รับประทานยาตัวอื่น เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล ยาลดความดันโลหิต