โค่นยางทิ้งปลูกพืชหมุนเวียนระยะสั้นผสมผสานขาย
08 ต.ค. 2564

ตรัง - โค่นยางทิ้งปลูกพืชหมุนเวียนระยะสั้นผสมผสานขายรายได้ราคาดี ตัดปัญหาไม่ต้องพึ่งแม่ค้าคนกลาง แต่หันมาปลูกเองขายเอง เน้นปลูกพืชหลากหลาย จึงทำให้ได้ราคาเพิ่มขึ้นมากิโลกรัมละนับ 10 บาท
ข่าว
08 ต.ค. 2564

ตรัง - โค่นยางทิ้งปลูกพืชหมุนเวียนระยะสั้นผสมผสานขายรายได้ราคาดี ตัดปัญหาไม่ต้องพึ่งแม่ค้าคนกลาง แต่หันมาปลูกเองขายเอง เน้นปลูกพืชหลากหลาย จึงทำให้ได้ราคาเพิ่มขึ้นมากิโลกรัมละนับ 10 บาท
พาไปดูเกษตรกรรุ่นใหม่ และมีอาชีพค้าขาย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเกษตรกร และพ่อค้า แม่ค้า ตัวอย่าง ที่ปรับตัวเองได้ตลอด หนีข้อจำกัดไปตามยุคตามแต่สถานการณ์ คือ นางสาวฌัชชญา นามกร อายุ 42 ปี และนายธงฉัตร คืนตัก อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา โดยประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง และเป็นพ่อค้า แม่ค้า พืชผลทางการเกษตร ขายขนม และอาหารที่ตัวเองผลิตเองจากพืชผลทางการเกษตรของที่บ้าน โดยนำไปขายเป็นประจำที่ตลาดนัดเกษตรกร และตลาดกรีนชินตา ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นตลาดสินค้าเกษตรปลอดสารพิษแห่งเดียวของ จ.ตรัง
โดยทั้ง 2 คน มีบ้านอยู่ในพื้นที่ หมู่ 7 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พาไปดูพื้นที่เพาะปลูก เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ที่เดิมเป็นของพี่ชาย ที่ปลูกยางพารา แต่เนื่องจากราคายางพาราขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่จะตกต่ำมากกว่า ทำให้ราคาไม่เสถียร และภาคใต้ฝนตกชุกทำให้ไม่ค่อยจะได้กรีดยาง จึงเปลี่ยนแนวคิดโค่นยางพาราทิ้ง หันมาปลูกพืชไร่แทน โดยทั้ง 2 คน เล่าว่า พอพี่ชายโค่นยางทิ้ง ตน 2 คน ก็เข้ามาปลูกพืช
ประกอบด้วย แตงไทยหลายชนิด แตงโม และฟักทอง 3 สายพันธุ์ คือ ฟักทองไทย ฟักทองญี่ปุ่น และฟักทองบัตเตอร์นัท ปรากฏว่าประสบความสำเร็จ ทำให้ได้ผลผลิตทยอยออกขายไม่พร้อมกัน และเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่ใช้สารเคมีใดๆ ในการกำจัดแมลง ใช้วิธีปลูกแบบธรรมชาติ และใช้วิธีดักจับแมลงด้วยการป้ายยาในแผ่นพลาสติกแล้วนำปักไว้ตามจุดต่างๆ ปรากฏว่าได้ผล และเพราะความหลากหลายของพืชด้วย ทำให้แมลงเข้ามากัดกินไม่ทัน ความเสียหายจึงแทบไม่มี โดยที่ดินเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่
ทั้งนี้ เฉพาะฟักทองญี่ปุ่น และฟักทองบัตเตอร์นัท ถือว่าเป็นการเปิดตลาดใหม่ของตนเองเป็นเจ้าแรก ซึ่งพบว่าลูกค้าอยากลองของแปลกใหม่ เมื่อเปิดตัวโดยการเก็บผลผลิตออกขาย ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก ลูกค้าที่มาซื้อ เป็นลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพ ทั้งนี้ แตงไทย เนื้อจะหอมมาก เช่นเดียวกับฟักทองลูกเล็ก น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมเศษ ถือว่าผลไม่ใหญ่ เนื้อเนียน แน่น น้ำหนักดี จะทำขนม ทำอาหาร หรือทานสด หรือนำไปหั่นชิ้น เพื่อนึ่ง หรือปั่น เป็นเมนูสุขภาพก็อร่อย ถ้าเป็นฟักทองบัตเตอร์นัท เนื้อจะมัน เนื้อแน่น ไม่หวานมาก จะอร่อยกว่าฟักทองไทย ส่วนแตงไทยกลมสีทอง ข้างนอกเป็นสีเขียวแซมทอง ส่วนเนื้อในจะเป็นสีเหลือง รับประทานสดได้เหมือนผลเมล่อน หวาน หอม อร่อย เช่นเดียวกับแตงไทยลูกรี เนื้อก็จะหอม
นางสาวฌัชชญา และนายธงฉัตร กล่าวอีกว่า เนื้อที่ 4 ไร่นี้ ส่วนตัวก็แบ่งให้ชาวบ้านประมาณ 3 ราย ที่ไม่มีที่ดินของตนเองมาปลูกด้วย แต่ตนเองจะจัดหาเมล็ดพันธุ์ รวมทั้งกำหนดว่าแต่ละคนจะปลูกอะไร เพื่อจะได้ผลผลิตมาเสริมกัน
จากนั้นเมื่อขายได้ก็มาแบ่งกัน และยืนยันว่าตัดสินใจถูกที่โค่นยางแล้วมาปลูกพืชไร่ระยะสั้นแบบหลากหลายชนิดแทน เพราะรายได้ดีกว่ายางพารามาก ไม่ต้องง้อราคา และไม่ต้องง้อฝน และในยุคสถานการณ์โควิดนี้ การปลูกอาหารเป็นสิ่งที่ต้องการของตลาดมากกว่าอย่างอื่น และเมื่อหมดพืชรุ่นนี้ อาจหมุนเวียนไปปลูกถั่วฝักยาว มะเขือ แตงกวา หรืออื่นๆอีก แล้วค่อยหมุนมาปลูกฟักทองใหม่
คนิตา สีตอง จ.ตรัง
ข่าวล่าสุด