ส่วนราคาก็ดีมาก เช่น ฟักทองญี่ปุ่น ขายกิโลกรัมละ 50 - 60 บาท ฟักทองไทย ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ฟักทองบัตเตอร์นัท ราคา 60 บาท ส่วนแตงไทยก็มีหลายสายพันธุ์ เช่น แตงไทยกลมสีทอง แตงไทยลูกรีสีทอง สีเหลือง แตงไทยลูกรีสีขาว และแตงโม ทั้งนี้ แตงไทย และแตงโม จะขายราคาเดียวกัน กิโลกรัมละ 20 บาท แต่ทุกชนิดถือว่าเมื่อปลูกเอง ขายเองจะได้ราคาดี
ทั้งนี้ เฉพาะฟักทองญี่ปุ่น และฟักทองบัตเตอร์นัท ถือว่าเป็นการเปิดตลาดใหม่ของตนเองเป็นเจ้าแรก ซึ่งพบว่าลูกค้าอยากลองของแปลกใหม่ เมื่อเปิดตัวโดยการเก็บผลผลิตออกขาย ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก ลูกค้าที่มาซื้อ เป็นลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพ ทั้งนี้ แตงไทย เนื้อจะหอมมาก เช่นเดียวกับฟักทองลูกเล็ก น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมเศษ ถือว่าผลไม่ใหญ่ เนื้อเนียน แน่น น้ำหนักดี จะทำขนม ทำอาหาร หรือทานสด หรือนำไปหั่นชิ้น เพื่อนึ่ง หรือปั่น เป็นเมนูสุขภาพก็อร่อย ถ้าเป็นฟักทองบัตเตอร์นัท เนื้อจะมัน เนื้อแน่น ไม่หวานมาก จะอร่อยกว่าฟักทองไทย ส่วนแตงไทยกลมสีทอง ข้างนอกเป็นสีเขียวแซมทอง ส่วนเนื้อในจะเป็นสีเหลือง รับประทานสดได้เหมือนผลเมล่อน หวาน หอม อร่อย เช่นเดียวกับแตงไทยลูกรี เนื้อก็จะหอม
นางสาวฌัชชญา และนายธงฉัตร กล่าวอีกว่า เนื้อที่ 4 ไร่นี้ ส่วนตัวก็แบ่งให้ชาวบ้านประมาณ 3 ราย ที่ไม่มีที่ดินของตนเองมาปลูกด้วย แต่ตนเองจะจัดหาเมล็ดพันธุ์ รวมทั้งกำหนดว่าแต่ละคนจะปลูกอะไร เพื่อจะได้ผลผลิตมาเสริมกัน
จากนั้นเมื่อขายได้ก็มาแบ่งกัน และยืนยันว่าตัดสินใจถูกที่โค่นยางแล้วมาปลูกพืชไร่ระยะสั้นแบบหลากหลายชนิดแทน เพราะรายได้ดีกว่ายางพารามาก ไม่ต้องง้อราคา และไม่ต้องง้อฝน และในยุคสถานการณ์โควิดนี้ การปลูกอาหารเป็นสิ่งที่ต้องการของตลาดมากกว่าอย่างอื่น และเมื่อหมดพืชรุ่นนี้ อาจหมุนเวียนไปปลูกถั่วฝักยาว มะเขือ แตงกวา หรืออื่นๆอีก แล้วค่อยหมุนมาปลูกฟักทองใหม่
ภาพ / ข่าว โดย :
คนิตา สีตอง จ.ตรัง