นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะผู้ปกครองสังเกตอาการบุตรหลาน หลังฉีดวัคซีนชนิด mRNA

8 ตุลาคม 2564 นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่เกิดจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA มักพบในเข็มที่ 2 มากกว่าเข็มที่ 1 โดยพบว่าเด็กเพศชายที่มีอายุ 12-17 ปี จะมีอัตราการเกิดสูงสุด รองลงมาในช่วงอายุ 18-24 ปี ยังไม่มีพบในผู้สูงอายุ การวินิจฉัย โดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอด และการตรวจเลือดดูโปรตีนของกล้ามเนื้อหัวใจ ถ้าสงสัยกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แนะนำให้ปรึกษากุมารแพทย์โรคหัวใจ เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจ

"หมอเด็ก" แนะสังเกตุอาการหลังฉีดวัคซีนโควิดชนิด mRNA

แนวทางการรักษาเป็นแบบประคับประคองด้วยการใช้ยา เช่น ยาต้านการอักเสบ ยาสเตียรอยด์ ผู้ป่วยหายเป็นปกติได้เกือบทั้งหมด การรับวัคซีนยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะประโยชน์ที่ได้รับจากฉีดวัคซีนมีมากกว่า ความเสี่ยงต่ำของกล้ามเนื้อหัวใจตาย วัคซีนมีประสิทธิภาพมากในการป้องกันการเสียชีวิตและโรคต่าง ๆ รวมถึงการป้องกันไวรัสชนิดใหม่ที่อันตรายกว่า 

ทั้งนี้ หากได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วยังคงต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในการสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างและหมั่นล้างมือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ 

"หมอเด็ก" แนะสังเกตุอาการหลังฉีดวัคซีนโควิดชนิด mRNA

ด้านนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีความเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ความเสี่ยงหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนพบได้น้อยมาก แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ อาการของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ได้แก่ เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หายใจเหนื่อย หรือเจ็บเวลาหายใจ ใจสั่น เป็นลม ผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิด mRNA ควรสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการเหล่านี้ (ภายใน1 สัปดาห์ ภายหลังฉีด 1 สัปดาห์) ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ
 

"หมอเด็ก" แนะสังเกตุอาการหลังฉีดวัคซีนโควิดชนิด mRNA