นายสุรพิน กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นทีมแพทย์ของ รพ.สมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ได้ส่งตัวลูกชายไปรักษาตัวต่อที่ รพ.กาฬสินธุ์ เพราะมีอาการหนัก หมดสติ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแต่วันที่ 30 ก.ย.64 จนล่าสุดแพทย์ได้อนุญาตให้เพราะอาการดีขึ้นและรู้ตัวชนิดของงู ซึ่งตอนนี้อาการของน้องหายเป็นปกติแล้วกลับมาแข็งแรงร่าเริงเหมือนเดิม ซึ่งตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกปลอดภัย ตอนแรกตนและภรรยาคิดว่าลูกคงมีโอกาสรอดเพียงน้อยนิดเพราะงูที่กัดลูกตนนั้นเป็นงูเห่า และอีกอย่างลูกของตนก็ยังเล็กอยู่คงมีโอกาสรอดอยาก ซึ่งโชคดีที่นำตัวมาให้ทีมแพทย์รักษาทัน และแพทย์รักษาอย่างเต็มที่ลูกชายของตนเองก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม จากที่คิดว่าลูกคงไม่รอดแล้ว
อย่างไรก็ตามตนอยากฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านที่มีบ้านเป็นต่ำชั้นเดียวหมั่นตรวจสอบบริเวณบ้านบริเวณที่นอนก่อนที่จะเข้านอนแล้วอย่าเปิดประตูหรือประตูหน้าต่างไว้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนสัตว์มีพิษมักจะหาที่หลบฝนและอาจเข้าไปอยู่ในห้องนอนก็เป็นไปได้อยากให้ระมัดระวังและหมั่นตรวจสอบมิเช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์แบบลูกชายของตน
ด้านนายปริญญา สายสมบัติ อายุ 27 ปี อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยบัวขาว มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นทีมอสรพิษวิทยา กล่าวว่า หลังรับแจ้งได้เข้ามาตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวพบว่าเป็นงูเง่าพ่นพิษสีน้ำตาลตัวใหญ่ ทีมกู้ภัยจึงช่วยกันจับนำตัวงูไปส่งให้กับแพทย์ เพื่อให้ทราบชนิดของงูและทำการรักษาได้อย่างถูกต้องจนเด็กปลอดภัยดังกล่าว
ขณะที่นายกฤษณะ ศรีพอ อายุ 21ปี อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยบัวขาว มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ทีมอสรพิษวิทยา และเป็นผู้โพสต์ กล่าวว่า อยากฝากเตือนผู้ที่มีบ้านต่ำ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เนื่องจากงูเง่าไม่ชอบที่ชื้น และมักจะเข้าไปอาศัยในสถานที่แห้ง ดังนั้นหากใครมีบ้านต่ำควรที่จะหมั่นตรวจสอบรอบบ้าน และหาสิ่งของอุดรูต่าง ๆ ของบ้านเพื่อป้องกันงูหรือสัตว์มีพิษเข้ามา
โดย – จักรพงษ์ ระวิวรรณ