สาเหตุการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเชื้อมาจากพื้นที่เสี่ยงภายนอกจังหวัด อย่างไรก็ตามขณะนี้ปริมาณการนำเข้าเชื้อเริ่มลดลงอย่างชัดเจน ส่วนการติดเชื้อในครอบครัวในชุมชนและในที่ทำงานเป็นสาเหตที่ตามมาเนื่องจากไม่มีการกักตัวอย่างเคร่งครัด ในส่วนคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวัง
นอกจากเฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว ต้องเฝ้าระวังคลัสเตอร์จากต่างจังหวัดด้วย โดยทีมตระหนักรู้สถานการณ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ต้องมีการศึกษาข้อมูลและติดตามสถานการณ์จากต่างจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดใกล้เคียง เช่นจังหวัดลำพูนที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับจังหวัดเชียงใหม่ หากพบมีคลัสเตอร์เกิดขึ้นจะแจ้งเตือนให้แต่ละอำเภอเฝ้าระวัง พร้อมทั้งปะสานกับสาธารณสุขจังหวัดลำพูนตลอดเวลาในการรับทราบข้อมูลของกลุ่มเสี่ยงเพื่อจัดเตรียมรับสถานการณ์
ส่วนการเฝ้าระวังคลัสเตอร์ต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อพบมีการติดเชื้อในคลัสเตอร์ จะทำการสอบสวนโรคว่ามีการกระจายเชื้อไปตรงจุดไหนบ้าง จุดไหนเป็นพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อมีเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถที่จะเปิดไทม์ไลน์ทั้งหมดได้ แต่จะประกาศให้ทราบถึงพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้ผู้ที่เข้าไปใช้บริการในสถานที่เสี่ยงได้ตระหนักและสังเกตอาการ ก่อนที่จะเข้ามารับการตรวจคัดกรอง
สำหรับการสื่อสารความเสี่ยงทางจังหวัดจะไม่ประกาศไทม์ไลน์ทั้งหมด แต่จะประกาศพื้นที่เสี่ยงให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล โดยจะประกาศพื้นที่ที่มีการผู้ติดเชื้อจำนวนตั้งแต่ 2 ราย ขึ้นไป โดยจะประกาศออกเป็น 3 รูปแบบ คือ เสี่ยงสูง ขอให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันที และกักตัว 14 วัน , เสี่ยงกลาง ขอให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และให้สังเกตอาการ 14 วัน, เสี่ยงต่ำ ให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตัวเองหากผิดปกติ ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19
สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ ทำการฉีดให้กับกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังไปแล้ว ร้อยละ68.38 กลุ่มผู้สูงอายุ ฉีดวัคซีนไปแล้วร้อยละ 53.30 เฉพาะกลุ่มอายุ 18-59 ปี ฉีดวัคซีนไปแล้วร้อยละ 54 ในภาพรวมฉีดวัคซีนไปแล้วร้อยละ 55.34 โดยกำหนดเป้าหมายว่าภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2564 จะสามารถฉีดได้ร้อยละ70 โดยจะพยายามอย่างเต็มที่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัคซีนที่จะได้รับจัดสรรเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากมีประชาชนที่พร้อมจะฉีดวัคซีนอยู่ประมาณ 909,000 รายซึ่งใกล้เคียงกันการจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ คือประมาณ 1,260,000 ราย
สำหรับแคมเปญเชิญชวนให้เข้ามารับวัคซีน ในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 2564 และยังไม่เคยได้รับวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 สามารถลงทะเบียนรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าได้ที่ระบบกำแปงเวียง โดยจังหวัดจะเรียกเข้ารับวัคซีนทันทีที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนมา สำหรับผู้ที่พากลุ่ม 608 ไปเข้ารับวัคซีน จะได้รับสิทธิพิเศษฉีดวัคซีนได้ทันที 1 สิทธิ์ ในระหว่างวันที่ 4-11 ตุลาคม 2564 โดยสามารถเข้ารับการฉีดได้ทุกหน่วยฉีดวัคซีนของรัฐของจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนั้นสำหรับผู้ชายที่มีน้ำหนักมากกว่า 90 ก.ก. และ ผู้หญิงที่มีน้ำหนัก 70 ก.ก. สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2564 ที่หน่วยฉีดวัคซีนของรัฐทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่