นายบัญชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนที่ต่อมาจะเกิดไอเดียเพาะเลี้ยงหน่อกระบองเพชรและมาถึงวันนี้ได้นั้น ได้เข้าไปเห็นกลุ่มเพาะเลี้ยงกระบองเพชรในสื่อออนไลน์ ซึ่งมีการโพสต์และแชร์กันอย่างแพร่หลาย ทำให้ได้ความรู้ใหม่ว่ากระบองเพชรถือเป็นประเภทไม้สวน ไม้ประดับ มีหลายสายพันธุ์ ลักษณะสวยงาม แตกต่างกันออกไป ในกลุ่มที่นิยมกระบองเพชรหรือที่เรียกว่าตลาดบน ราคาค่อนข้างแพง จากการศึกษาวงการกระบองเพชรดังกล่าว พบว่ายังมีปัญหาในการเพาะเลี้ยงหน่อพันธุ์ ซึ่งต้นกระบองเพชรจะมีอายุยืนยาว ให้เจ้าของชื่นชมความงามไปนานปีนั้น จะต้องได้หน่อพันธุ์ที่มีคุณภาพ ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ สามารถนำกิ่งหรือหน่อกระบองเพชรสายพันธุ์ต่างๆมาต่อกิ่ง และเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สำหรับกระบองเพชรพันธุ์พื้นบ้านเรานั้น ได้รับการยอมรับจากวงการกระบองเพชรว่าคุณภาพดี แต่การที่จะเพาะเลี้ยงหน่อพันธุ์ต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง ขณะที่ตลาดหลักในจังหวัดใหญ่ ที่มีกลุ่มคนนิยมเลี้ยงกระบองเพชร เช่น กรุงเทพฯ นครราชสีมา หรือเชียงใหม่ พื้นที่มีจำกัด กรณีดังกล่าว ตนจึงเกิดไอเดียที่จะเพาะเลี้ยงหน่อกระบองเพชร เริ่มจากนำกิ่งกระบองเพชรที่มีอยู่ในพื้นที่ มาทดลองเพาะที่หน้าบ้าน ทีแรกทำ 3-4 แปลง เกิดการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงติดต่อหาตลาดรองรับ พบมีความต้องการสูง จึงขยายพื้นที่เพาะเลี้ยง ทำการปลูกและรับคนงานเข้ามา ทั้งนี้ เพิ่งจะลงมือดำเนินการได้ประมาณ 1 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยจำหน่ายกิ่งกระบองเพชรเพียงกิ่งละ 5-10 บาทเท่านั้น แต่ก็มีออร์เดอร์เข้ามาเป็นระยะ ถือเป็นอาชีพทางเลือกใหม่ ที่น่าจะมีอนาคต” นายบัญชากล่าว
นายบัญชากล่าวในตอนท้ายว่า อาชีพเพาะเลี้ยงหน่อหรือกิ่งกระบองเพชรพันธุ์พื้นบ้านที่ตนลงมือทำ ถือว่ามาถูกที่ ถูกเวลา สามารถช่วยเหลือญาติพี่น้อง ที่ว่างงานในช่วงนี้ให้มีงานทำ สำหรับตน ไม่หวังอะไรมาก ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะกระทบ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายลดลงบ้าง แต่ก็ไม่ซีเรียส คือขอเพียงให้มีงานทำ พอมีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอด ทุกวันมาดูกิจกรรมในสวน ดูแลคนงานบริหารจัดการในสวน ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดีอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้คาดหวังว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ยอดจำหน่ายกิ่งกระบองเพชรก็คงจะสูงขึ้น
โดย - จักรพงษ์ ระวิวรรณ