ศาลปกครองกลาง ชี้คำสั่งสำรองราชการ - ปลด พล.ต.อ.วิระชัย พ้นรอง ผบ.ตร. เมื่อปี 63 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนและคืนสิทธิประโยชน์ตามระเบียบ พร้อมสั่งคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าคดีถึงที่สุด

วันนี้ (30 ก.ย.) ที่ศาลปกครอง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ , คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ , นายกรัฐมนตรี รวม 4 คน ฐานกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมีคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย โดยอ้างว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจน และกรณีสำนักนายกรัฐมนตรีมีประกาศให้ พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากกรณี คลิปเสียงที่มีการสนทนาระหว่างผู้ใหญ่ 2 ท่านคุยกัน ในคดียิงรถเก๋งของ “บิ๊กโจ๊ก” หรือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เมื่อปี 63

โดยคดีนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 แล้ว แต่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาตามหนังสือ ลว. 4 ธ.ค. 63 ยกคำร้องทุกข์ จึงนำคดีมาฟ้องศาลปกครองกลาง

โดยศาลปกครองระบุว่า เมื่อพิจารณาคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และส่งผลไปยังคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีรายอื่นๆ ศาลปกครองจึงมีอำนาจกำหนดคำบังคับให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ได้

ซึ่งผลของคำสั่งศาลดังกล่าวทำให้เสมือนหนึ่งว่าผู้ฟ้องคดีไม่เคยถูกคำสั่งให้สำรองราชการ และไม่เคยถูกสั่งให้พ้นจากรองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ  กรณีจึงไม่มีคำสั่งในส่วนนี้อีก

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา

รวมถึงพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ ประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ในคราวการประชุม ที่ยกคำร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีโดยให้มีผลย้อนหลังนับ แต่วันที่คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3และประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 มีผลใช้บังคับ

และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาว่าให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คืนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามกฎหมายและระเบียบกำหนดต่อไปคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา

 

ส่วนคำสั่งศาลลงวันที่ 13 ก.ค. 64 ให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2564 ลงวันที่ 29 ก.ค.64 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการและประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำเเหน่ง รอง ผบ.ตร. นั้นมีผลต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุดหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น