ขณะเดียวกัน ทางโครงการชลประทานจังหวัดอุทัยธานี ได้ทำการระบายน้ำสู่ท้ายเขื่อนโดยได้ยกประตูระบายทั้ง 3 บาน สูงขึ้นอีก ระบายน้ำจำนวน กว่า 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดความรุนแรงต่อพื้นที่เหนือเขื่อน ซึ่งการระบายสู่ท้ายเขื่อนดังกล่าวยังได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรพื้นที่รับน้ำจากการระบายของเขื่อนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ยังทำให้ปริมาณน้ำของแม่น้ำสะแกกรังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ล่าสุดแม่น้ำสะแกกรัง มีการเพิ่มระดับน้ำสูงขึ้นอีกรอบ โดยน้ำได้ท่วมสะพานชั้นล่างจนเกือบหมด ด้านเรือนแพอาศัยและกระชังปลาชักลากเข้าริมฝั่งหมดแล้ว โดยหากปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ไม่เกินในสัปดาห์นี้น้ำในแม่น้ำสะแกกรังมีความเสี่ยงที่จะเอ่อล้นเข้าท่วมวัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์โบราณสถานที่สำคัญของจังหวัด ภายในวัดอย่างแน่นอน เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำห่างจากตลิ่งประมาณ 10-15 เซนติเมตรเท่านั้น ด้านประชาชนในพื้นที่ต่างคอยมาดูระดับน้ำกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ก็กังวลใจว่าจะเกิดน้ำท่วมในตัวเมืองเหมือนปี 2554 เพราะปีนี้น้ำขึ้นมาไวมาก
ข่าว/ภาพ-สามสอ จันทรังษ์