ความคืบหน้าหลังจากนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ พร้อมนายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พาผู้เสียหาย หลังเข้ารับการบำบัดจากวัดท่าพุราษฎร์บำรุง ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี แจ้งความกับกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์บำบัดฯ ในข้อหาค้ามนุษย์
ล่าสุด นายธวัช ภูมิผิว น้องชายอดีตเจ้าอาวาสวัดท่าพุฯ กล่าวว่า อยากให้ผู้เสพข่าว ผู้เสพโซเซียลต่างๆ ได้ดูสองด้าน ข่าวที่ออกไปที่ระบุว่าวัดใช้กระบองเหล็ก หรือวัตถุอื่นๆ ทำร้ายผู้บำบัดไม่เป็นความจริง กรณีที่ผู้บำบัดทำผิดกฎที่กำหนดไว้ จะดูแลกันเหมือนพ่อแม่สอนลูก เหมือนครูสอนลูกศิษย์ ถ้าทำผิดก็ต้องมีการลงโทษ ขนาดพ่อแม่พวกเขายังเอาไม่อยู่ แล้วนำมาฝากวัดให้ช่วยดูแล บางคนผ่านไป 3 – 4 เดือน หรือบางรายเป็นปี ไม่เคยติดต่อมาหาบุตรหลาน เหมือนปล่อยทิ้ง
กรณีย้ายไปพักรอที่ รพ.สนาม (เขาชนไก่)หากไม่มีญาติติดต่อมารับพวกเขาจะอยู่อย่างไร ใครจะรับผิดชอบ ส่วนเรื่องห้องน้ำมีแค่ 2 ห้อง ขอชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ทางวัดรับผู้บำบัดยาเสพติดเข้ามา 50-60 คน แต่ภายหลังญาติ พี่น้องของผู้บำบัดฯ ได้บอกต่อๆกัน ทำให้ศูนย์แห่งนี้มีผู้เข้ามาบำบัดมากขึ้น จนเกิดความแออัด
ส่วนประเด็นการเก็บเงินจำนวน 12,000 บาทนั้น นายธวัช เผยว่า ทางศูนย์ฯ จะเก็บเงินค่าเข้ารับการบำบัดจำนวน 12,000 บาทระยะเวลา 1 ปี โดยเข้าวัด 10,000 บาท ถ้าเฉลี่ยแล้วประมาณเดือนละ 800 บาท และอีก 2,000 บาท เป็นฝากไว้ให้ผู้บำบัดสำหรับไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ หรืออาหารตอนเย็น วันละ 60 บาทต่อเดือน