เชื่อว่ากูรูทางการเมืองต่างโฟกัสและวิเคราะห์ไปถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ศรีพี่น้อง “บิ๊กป้อม” กับ “บิ๊กตู่” ซึ่งมีคิวลงพื้นที่วันเดียวกันนี้ โดยเฉพาะจะมี ส.ส. แห่ขันหมากมารอรับ ใครเนื่องแน่นมากกว่ากัน เพราะเปรียบได้ดั่งการ “วัดบารมี” กลายๆ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

แม้ก่อนหน้าทั้งนายกฯ รวมถึงบรรดาพลพรรคพลังประชารัฐ ต่างออกมาปฏิเสธเสียงเดียวกัน ถึงการแยกลงพื้นที่ ไม่ใช่การวัดกำลังของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะต่างฝ่ายมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนพร้อมทั้งตอกย้ำความปึกแผ่นเหนียวแน่น หลังมีรายงานข่าวหลุดรอดออกจากทำเนียบฯ กับความสัมพันธ์ยังหวานหอมระหว่างทั้งคู่

 

“บิ๊กตู่”กับถนนการเมืองไร้เงาพี่ใหญ่ที่แขวนบนเส้นด้าย

 

แต่การลงพื้นที่ของ "นายกฯ ลุงตู่" และ "ลุงป้อม" ดูชั่งสอดผสานกับกลิ่นอายความขัดแย้ง หลังเกิดเกมล้มนายกฯ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงมีการปลดกล่องดวงใจ "บิ๊กป้อม" อย่าง "ผู้กองธรรมนัส" และ "ดร.นฤมล" พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย โดยพี่ใหญ่ไม่ทันตั้งตัว

 

เส้นทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อจากนี้ คือ การตอบแทนบรรดาผู้ภักดี ช่วยยกมือโหวตผ่านศึกซักฟอก แต่หากคิดเล่นการเมือง แบบไร้เงาพี่ใหญ่ดันหลัง ซึ่งถือเป็นเกมเสี่ยง เพราะปัญหาอยู่ที่ระดับแกนนำกลุ่มก๊วน มีเก้าอี้อะไรแจกบ้าง และต้องไม่ลืมว่า ตำแหน่งรัฐมนตรี หายไป 2 เก้าอี้ หากต้องมาเกลี่ยให้กลุ่มก๊วนในพลังประชารัฐ แน่นอนจะเกิดการห่ำหั่นภายในอีกระลอก

 

 

หากจะสยบปัญหา ด้วยการดึง "ปลัดฉิ่ง" นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ก็เท่ากับกินโควตาในพลังประชารัฐ กลุ่มมุ้งที่หมายปองจะยอมหรือไม่ หนำซ้ำอาจกลายเป็นหอกกลับมาทิ่มแทงเสถียรภาพรัฐบาล ให้ยากต่อการบริหาร ซึ่งอายุรัฐบาลเหลือแค่ปีกว่า

 

-สำรวจความต้องการกลุ่มก๊วน โควต้ากลางที่ริบมาแจกได้ แต่ไม่ใช่ตำแหน่งที่แกนนำซุ้มจะเอา

 

 

โควต้ากลาง = รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ซึ่งนายกฯ ไม่ปล่อยแน่นอน

 

รองนายกฯ = นายวิษณุ เครืองงาม นายดอน ปรมัตถ์วินัย และนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์

 

รมว.มหาดไทย = พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

 

รมว.ต่างประเทศ  = นายดอน ปรมัตถ์วินัย

 

รมว.คลัง = นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ

 

ดังนั้น จึงไม่มีตำแหน่งไหน ที่จะคืนเป็นโควต้ากลับมายังพลังประชารัฐได้

 

“บิ๊กตู่”กับถนนการเมืองไร้เงาพี่ใหญ่ที่แขวนบนเส้นด้าย

 

 

 

 

 

 

ส่องความต้องการของกลุ่มก๊วน-ซุ้มต่างๆ

 

ซุ้มสามมิตร รมว.พลังงาน รมช.เพิ่ม

 

ซุ้มมะขามหวาน ขอ รมว.คลัง โดยนายสันติ พร้อมพัฒน์

 

ซุ้มภาคใต้ ขอตำแหน่ง รมช.  

 

พรรคอื่น เช่น ภูมิใจไทย ขอ รมต.เพิ่ม - พลังท้องถิ่นไท ขอ รมช.เพิ่ม

 

สุดท้ายนายกฯจะปรับครม.แบบไหน ถ้าตอบสนองความต้องการไม่ได้ กลุ่มก๊วนต่างๆ จะมีใครหนุนหรือไม่ ยิ่งถ้ามีเลือกตั้ง จะมีใครไปต่อด้วยหรือไม่ เพราะชื่อ "บิ๊กตู่" ขายไม่ได้เหมือนปี 62 โดยเฉพาะจุดขาย “เลือกความสงบจบที่ลุงตู่” เนื่องจากมีม็อบยาวข้ามปี ช่วงหาเสียงเจอขึ้นป้ายตัวเลขคนตายโควิด อนาคตทางการเมืองก็แทบจะจบ

 

ฉะนั้นกลุ่มก๊วนการเมืองมารายล้อมวันนี้ เพราะต้องการเก้าอี้รัฐมนตรี ถ้ายังผิดหวังซ้ำซาก ทั้ง นายสันติ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะยังอยู่กับนายกฯหรือไม่ หาพรรคใหม่ดีกว่าหรือไม่ หรือกลับไปอยู่กับ "บิ๊กป้อม" ตามเดิม

 

“บิ๊กตู่”กับถนนการเมืองไร้เงาพี่ใหญ่ที่แขวนบนเส้นด้าย

 

ขณะที่ "เสธ.แมว" พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช. ได้วิเคราะห์ถึงภาพรวมรัฐบาลลุงตู่ พร้อมทำนายจุดจบ ไว้อย่างน่าสนใจ

 

 

-การทำงานของผู้กองธรรมนัส มีภาพทับซ้อนระหว่างนายทหารศิษย์เก่า จปร.กับความเป็นนักการเมือง ทำให้เข้าอกเข้าใจวัฒนธรรมของ "3 ป." จึงอยู่กันได้ และผู้กองธรรมนัส ออกหน้าทำงานการเมืองให้ เช่น แจกกล้วย ดูแลพรรคเล็ก เจรจาพาทีกับทุกฝ่าย

 

-แต่เมื่อนายกฯ ใช้วิธีคิดแบบทหาร ปลดผู้กองธรรมนัส ทำให้ตัวเองไม่มีอดีตทหาร หรือรุ่นน้อง จปร. ทำงานการเมืองให้เหมือนเดิม จะใช้นักการเมือง จะยอมทำตามหรือไม่ เพราะตัวเองก็ดูแคลนนักการเมืองมาตลอด

 

-ท่าทีของนายกฯ คนละด้านกับ "บิ๊กป้อม" ซึ่งได้สั่งสมบารมี กับนักการเมืองมาอย่างยาวนาน

 

 

 

 

 

เมื่อเกิดวิกฤติปลด 2 รมช. จะเห็นได้ว่า "บิ๊กป้อม" ไม่หวั่นไหว และยังมีบารมีอยู่เหมือนเดิม แถมยังใช้งานขุนพลคนเดิม โดยให้ "ผู้กองธรรมนัส" ยังเป็นเลขาฯ "บิ๊กป้อม" ยังเป็นหัวหน้า "อาจารย์แหม่ม" ยังเป็นเหรัญญิก จัดการทุกอย่างภายในพรรค โดยเฉพาะเรื่องกระสุนและกระแส จึงมั่นใจว่าจะดูแล ส.ส. และกลุ่มมุ้งต่างๆ ได้ทั้งหมด แล้ว "บิ๊กตู่" จะดูแล ส.ส.ในระยะยาวได้อย่างไร

 

-เกมลงพื้นที่ของ "บิ๊กป้อม" ไปกับ "ธรรมนัส" ขณะที่วานนี้ "จุ๊บจิ๊บ" แฟนธรรมนัส โพสต์ภาพออกกำลังกายโชว์ฟิต

 

-สุดท้าย นายกฯปรับครม.ไม่ได้ดั่งใจ ทุกอย่างจะไหลกลับมาที่ "บิ๊กป้อม" หรือไม่

 

-"บิ๊กป้อม" ลอยตัว ปรับ ครม.ทำคนพลาดหวัง ก็โทษ "บิ๊กตู่" แล้วอ้าแขนรอรับพวกอกหักกลับมาร่วมขย่ม "บิ๊กตู่"

 

“บิ๊กตู่”กับถนนการเมืองไร้เงาพี่ใหญ่ที่แขวนบนเส้นด้าย

 

-อันตรายสุดของ "บิ๊กตู่" คือ การเคาะขยายเพดานการกู้เป็น 70% แสดงว่าเตรียมเปิดทางออก พ.ร.บ.กู้เงินอีกระลอก เพื่อฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด การเสนอกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินเข้าสภาฯ ซึ่งเป็นกฎหมายของ ครม.แบบนี้ เสี่ยงโดนคว่ำ โดนแก้แค้นเอาคืน หรือ "โดนลูบคม"  นี่คืออนาคตบนเส้นด้ายของ “บิ๊กตู่”

 

คำถามต่อมาที่หลายคนอยากรู้ คือ "บิ๊กป้อม" มีแผนอะไร ซึ่งงานนี้ทุกคนที่ใกล้ชิด "บิ๊กป้อม" ยืนยันว่า เจ้าตัวเตรียมไว้หลายแผน แต่คำถามคือ

 

-พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ไปต่อหรือไม่ ผู้กุมชะตา คือ "บิ๊กป้อม" เพราะคุม ส.ส. และประกาศในพรรคในการประชุมครั้งก่อนว่า จะรับดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายเพียงคนเดียว เรียกว่าจ่ายตรงจากแหล่งเดียว

 

-ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ไปต่อ เพราะ "บิ๊กป้อม" ไม่สนับสนุน แสดงว่า "บิ๊กป้อม" ต้องเตรียมหาทายาททางการเมืองคนใหม่มาแทน "บิ๊กตู่" และใช้กลไกเดิมในพรรคพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง แต่ชูนายกฯคนใหม่

 

-ถ้า "บิ๊กตู่" จะสู้ต่อ อาจต้องใช้บริการ "พรรคปลัดฉิ่ง" ซึ่งสนิทใกล้ชิดกับ "บิ๊กป๊อก" แล้วจะประสบความสำเร็จทางการเมืองหรือไม่

 

-มีความเป็นไปได้ที่ "บิ๊กตู่" อาจจะต้องยุติบทบาททางการเมืองลง เพราะไปต่อไม่ไหว แต่ “บิ๊กป้อม” ยังไปต่อได้ โดยดึงกลุ่มก๊วนต่างๆ ไว้ รวมทั้งขุนพลอย่าง "ธรรมนัส" และยังพร้อมจับขั้ว เปิดดีลใหม่ๆ กับฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ใช่พรรคก้าวไกล

 

-ที่สำคัญ พล.อ.ประวิตร ยังวางตัว พล.อ.วิชญ์ ไว้เป็นทายาททางการเมืองของตัวเอง สะท้อนถึงการวางแผน อ่านเกมมาอย่างแยบยล เพราะ พล.อ.วิชญ์ คือ "นายตัวจริง" ของผู้กองธรรมนัส เนื่องจากสนิทสนมกับ "เสธ.ไอซ์" พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต นายเก่าของผู้กองธรรมนัส

 

อนาคตของ "บิ๊กตู่" ยิ่งกว่ายืนอยู่บนเส้นด้ายจริงๆ