“ชลน่าน ศรีแก้ว” จี้เอาผิด ”ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ข้อหากบฏ ฐานเป็นผู้สนับสนุนกองกำลังเข้ายึดอำนาจปี 57 ส่งผลให้ประเทศ-ประชาชน ไร้อนาคต และทำลายประชาธิปไตย

21 กันยายน 2564 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นับเป็นเวลา 15 ปี ที่ผ่านมาส่งผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน และการรัฐประหารที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ก็ทำลายประเทศทั้งเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงโอกาสในการพัฒนาประเทศ

 

นพ.ชลน่าน ระบุว่า ปัจจัยหลักของการรัฐประหาร คือ การรักษาอำนาจ การกลัวการสูญเสียอำนาจ และใช้อำนาจของผู้นำเหล่าทัพ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ร่วมสนับสนุนนำกองกำลัง เข้าทำการรัฐประหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 ซึ่งต่อมาได้รับการคุ้มครองนิรโทษกรรม ไม่ให้เป็นความผิดจากรัฐธรรมนูญ 2550

 

"ชลน่าน"ขอเอาผิด"บิ๊กตู่"ฐานกษฏทำชาติ-ปชช.ไร้อนาคต

 

 

อย่างไรก็ตาม แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำการยึดอำนาจ เมื่อปี 2557 ล้มรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ทำให้การนิรโทษกรรม ผู้ทำการรัฐประหาร ปี 2549 ถูกยกเลิกไป และไม่ได้บัญญัติใว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 และรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งบัญญัติรองรับนิรโทษกรรมเฉพาะ ผู้ทำการรัฐประหาร ปี 2557 เท่านั้น รวมทั้งไม่ได้เขียนนิรโทษกรรมไว้ในกฎหมายอื่นใด

 

ทั้งนี้ ผู้ทำการรัฐประหารและผู้สนับสนุน มีความผิดฐานกบฏ สมควรรับผิดชอบการกระทำ แต่กลัวความผิด จึงมีการนิรโทษกรรมไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้ถือว่าการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มิให้ถือเป็นความผิด

 

"การกระทำของพล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนั้น ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เป็นความผิดฐานกบฏ ล้มล้างการปกครอง ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ตาม ป.อาญา ม.113 ซึ่งอายุความยังไม่หมด เป็นอาญาแผ่นดิน พี่น้องประชาชน สามารถที่จะก็ฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ได้ และพรรคเพื่อไทยจะต่อสู้เรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

 

เพื่อให้คนที่กระทำความผิดได้รับโทษเพราะเป็นการกระทำที่ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไร้อนาคต ทำลายประชาธิปไตย ประเทศชาติเสียหายขาดโอกาสในการพัฒนาและจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหาร ทำลายประชาธิปไตยอีกในอนาคต ซึ่งเห็นควรแก้กฎหมายเรื่องอายุความความผิดฐานกบฏจากรัฐประหาร ต้องไม่มีอายุความ" นพ.ชลน่าน กล่าว