เป็นอีกประเด็นให้คอการเมืองต้องโฟกัส สำหรับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับภารกิจลงพื้นที่ ท่ามกลางความตลบอบอวล หลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเมื่อมาถอดรหัสพร้อมจับสัญญาณ ระหว่างพี่น้อง 2 ป. ต่อความสัมพันธ์ “รัก” หรือ “ร้าว”

เมื่อมาแบ่งเซกชั่นให้เห็นกันเป็นข้อๆ ต่อท่าทีระหว่าง 2 ศรีพี่น้อง ซึ่งร่วมทัพจับศึกกันมา 

 

1.นายกฯ กับ บิ๊กป้อม แข่งกันลงพื้นที่

 

2.ข้อสังเกต นายกฯ ลงพื้นที่ฐานเสียง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ฝั่งที่หนุนตัวเองทั้งสิ้น

 

-สมุทรปราการ 12 ก.ย. 64 พื้นที่นี้มี ส.ส.พลังประชารัฐ 6 เขต จากทั้งหมด 7 เขต ไฮไลท์ คือ "นายกฯลุงตู่ พบ นายกฯตู่ นันทิดา" ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการกระชับสัมพันธ์กลุ่มอัศวเหม ที่มี นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ดูแล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ ส.ส.หลังจากห่างเหินมานาน

 

"บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่"ดาวคนละดวงกับเส้นทางการเมือง

 

-ชัยนาท 15 ก.ย. 64 พื้นที่นี้แม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ มี ส.ส.แค่ 2 คน แต่พลังประชารัฐกวาดยกจังหวัด และ ส.ส.คนสำคัญ คือ นายอนุชา นาคาศัย หรือ "เสี่ยแฮงค์" แกนนำกลุ่มสามมิตร และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถมยังเป็นอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

 

-ชลบุรี 17 ก.ย. 64 พื้นที่นี้มี ส.ส. 8 เขต 8 คน พลังประชารัฐกวาดไป 5 จากกลุ่มของ "เสี่ยเฮ้ง" สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กลุ่มบ้านใหญ่ "พลังชล" สายกำนันเป๊าะเดิม และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ที่ปัจจุบันสังกัดกลุ่มสามมิตร

 

"บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่"ดาวคนละดวงกับเส้นทางการเมือง

 

ทั้ง 3 พื้นที่ เป็นฐานที่มั่นของ ส.ส.ในกลุ่มที่ไม่แตกแถว และโหวตสนับสนุนนายกฯ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และยังช่วยเดินเกม ดึง ส.ส.ที่แตกแถวไปกับผู้กองธรรมนัส กลับมาด้วย เรียกว่าพับแผนโหวตล้มนายกฯกลางสภา ได้หมดจดเรียบร้อย

 

3.พื้นที่ที่จะเดินทางไปเพิ่มเติม ได้แก่

 

 

 

-เพชรบุรี 22 ก.ย.64 (วันพุธที่จะถึงนี้) แม้เหตุผลในการลงพื้นที่ คือ จะไปดูความพร้อมก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยววันที่ 1 ต.ค. แต่พื้นที่นี้ก็มี ส.ส.พลังประชารัฐ 3 เขต 3 คน ยกจังหวัด นำโดย นายสุชาติ อุสาหะ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐด้วย

 

-สุโขทัย มีข่าวว่าจะไปวันที่ 22 ก.ย. แต่เลื่อนออกไป พื้นที่นี้ไม่ต่างอะไรกับ "เมืองหลวง" ของกลุ่มสามมิตร เพราะเป็นเขตอิทธิพลของ นายสมศักดิ์​ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ซึ่งมี ส.ส.ในสังกัด 20-30 คน เป็นกลุ่มก๊วนใหญ่ที่สุดในพรรคขณะนี้

 

-เพชรบูรณ์ อีกจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในคิวเดินทางไปเยี่ยมเยือน เป็นพื้นที่ของ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ กวาด ส.ส.มาได้ 5 เขต 5 คน ยกจังหวัด และยังมี ส.ส.ในกลุ่มที่ดูแลอยู่อีก ราวๆ แล้วประมาณ 10 คน

 

4.จะเห็นได้ว่า พื้นที่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมลงพื้นที่ เป็นฐานที่มั่นของ ส.ส. และแกนนำกลุ่มมุ้งต่างๆ ที่สนับสนุนตนเอง ทั้งยังเคยอกหัก เจ็บช้ำ มาจากการบริหารพรรคพลังประชารัฐยุค "บิ๊กป้อม" ด้วย

 

-อย่างกลุ่มสามมิตร ก็โดนลดบทบาทในการเลือกกรรมการบริหารพรรคครั้งล่าสุด "เสี่ยแฮงค์" อนุชา นาคาศัย ต้องยอมสละตำแหน่งเลขาฯพรรค ให้กับ "ผู้กองธรรมนัส" ทั้งๆ ที่มีศักยภาพและผลงานในการ "ประสานสิบทิศ" ไม่แพ้กัน แต่จังหวะและโอกาสในการทำงานมีน้อยกว่า

 

"บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่"ดาวคนละดวงกับเส้นทางการเมือง

 

ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ไม่ได้ตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ตามที่ "บิ๊กป้อม" เคยลั่นวาจาเอาไว้ แต่ล่าสุดได้มอบตำแหน่งนี้ให้กับ พล.อ.วิชญ์​ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นน้องสนิทในระดับ "มองตาก็รู้ใจ" แทน

 

"บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่"ดาวคนละดวงกับเส้นทางการเมือง

 

-กลุ่มนายสันติ ที่พลาดหวังจากเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการมาหลายรอบ และยังไม่ได้นั่งตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วย ทั้งๆ ที่ทุ่มทุนขนาดยกอาคารของตัวเองให้เป็นที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ มีการตกแต่งห้องทำงานไว้รองรับทั้ง "3 ป." อย่างพรักพร้อม แต่สุดท้ายได้เป็นแค่ผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เปิดขึ้นใหม่ เพื่อปลอบใจ ส่วนรัฐมนตรีว่าการ ก็ยังไม่ได้นั่งเหมือนเดิม

 

5.ถอดรหัสจากการลงพื้นที่ ชัดเจนว่า ทั้ง "ป.ป้อม" และ "ป.ประยุทธ์" มีแนวโน้มสร้างดาวคนละดวง เพราะ "ป.ป้อม" ยังคงกอดแกนนำที่สนับสนุนตนเองไว้ทั้งหมด ทั้งผู้กองธรรมนัส อาจารย์แหม่ม และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งทั้ง 3 คน โดยเฉพาะผู้กองธรรมน้ส กับนายวิรัช มีเครือข่ายในกรรมการบริหารพรรค และมี ส.ส.ในกลุ่มมากพอสมควร ผู้กองธรรมนัสดูแล ส.ส.ทุกภาค โดยเฉพาะภาคใต้ เนื่องจากได้รับโอกาสสร้างผลงานในช่วงที่ผ่านมา นำทัพพลังประชารัฐชนะศึกเลือกตั้งซ่อมทุกสนาม

 

"บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่"ดาวคนละดวงกับเส้นทางการเมือง

 

หาก "ป.ป้อม" ยึดพรรคได้เบ็ดเสร็จ ดูแล ส.ส.ทุกกลุ่ม ก็จะเท่ากับ "บิ๊กตู่ ขาลอย" ไม่มีฐาน ส.ส.สนับสนุน "บิ๊กป้อม" ก็จะเป็นผู้มีอิทธิพลตัวจริงเหมือนเดิม โดยไม่ปรับเปลี่ยนขุนพลของตัวเอง ทั้งๆ ที่โดนข้อหาฉกรรจ์ เตรียมโหวตล้มนายกฯ

 

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า แผนล้มนายกฯ ถ้าทำสำเร็จ มีชื่อ "บิ๊กป้อม" เป็นนายกฯรักษาการ และเมื่อตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ตามแผนที่ "ดีล" เอาไว้กับพรรคใหญ่ฝ่ายค้าน ก็ยังมีชื่อ "บิ๊กป้อม" เป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง หรือ ใหญ่ขึ้นกว่าปัจจุบัน ที่ไม่ได้ดูงานความมั่นคงและตำรวจเหมือนยุค คสช.

 

นอกจากนั้น ยังมีข่าวว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ยังมีชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายแท้ๆ ของ "บิ๊กป้อม" ซึ่งมีชื่อเล่นว่า "บิ๊กป๊อด" ด้วย

 

งานนี้จึงเชื่อยาก ว่า "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" กำลังใช้แผน "แยกกันเดิน รวมกันตี" แต่ออกแนว "สร้างดาวคนละดวง" เป็น "น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ" มากกว่า

 

คำถามคือ ถ้า "บิ๊กตู่" ตัดสินใจไปต่อ ลุยเลือกตั้งหวังเป็นนายกฯอีก 1 สมัย จะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ พรรคพลังประชารัฐจะยังสนับสนุนตนเองเป็น "แคนดิเดตนายกฯ" หรือไม่ หรือว่าต้องไปตั้งพรรคใหม่ของ "ปลัดฉิ่ง" นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ เป็นพรรคแตกแบงก์พัน เดินเกมการเมืองของตัวเองต่อไป