-กลุ่มนายสันติ ที่พลาดหวังจากเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการมาหลายรอบ และยังไม่ได้นั่งตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วย ทั้งๆ ที่ทุ่มทุนขนาดยกอาคารของตัวเองให้เป็นที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ มีการตกแต่งห้องทำงานไว้รองรับทั้ง "3 ป." อย่างพรักพร้อม แต่สุดท้ายได้เป็นแค่ผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เปิดขึ้นใหม่ เพื่อปลอบใจ ส่วนรัฐมนตรีว่าการ ก็ยังไม่ได้นั่งเหมือนเดิม
5.ถอดรหัสจากการลงพื้นที่ ชัดเจนว่า ทั้ง "ป.ป้อม" และ "ป.ประยุทธ์" มีแนวโน้มสร้างดาวคนละดวง เพราะ "ป.ป้อม" ยังคงกอดแกนนำที่สนับสนุนตนเองไว้ทั้งหมด ทั้งผู้กองธรรมนัส อาจารย์แหม่ม และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งทั้ง 3 คน โดยเฉพาะผู้กองธรรมน้ส กับนายวิรัช มีเครือข่ายในกรรมการบริหารพรรค และมี ส.ส.ในกลุ่มมากพอสมควร ผู้กองธรรมนัสดูแล ส.ส.ทุกภาค โดยเฉพาะภาคใต้ เนื่องจากได้รับโอกาสสร้างผลงานในช่วงที่ผ่านมา นำทัพพลังประชารัฐชนะศึกเลือกตั้งซ่อมทุกสนาม
หาก "ป.ป้อม" ยึดพรรคได้เบ็ดเสร็จ ดูแล ส.ส.ทุกกลุ่ม ก็จะเท่ากับ "บิ๊กตู่ ขาลอย" ไม่มีฐาน ส.ส.สนับสนุน "บิ๊กป้อม" ก็จะเป็นผู้มีอิทธิพลตัวจริงเหมือนเดิม โดยไม่ปรับเปลี่ยนขุนพลของตัวเอง ทั้งๆ ที่โดนข้อหาฉกรรจ์ เตรียมโหวตล้มนายกฯ
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า แผนล้มนายกฯ ถ้าทำสำเร็จ มีชื่อ "บิ๊กป้อม" เป็นนายกฯรักษาการ และเมื่อตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ตามแผนที่ "ดีล" เอาไว้กับพรรคใหญ่ฝ่ายค้าน ก็ยังมีชื่อ "บิ๊กป้อม" เป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง หรือ ใหญ่ขึ้นกว่าปัจจุบัน ที่ไม่ได้ดูงานความมั่นคงและตำรวจเหมือนยุค คสช.
นอกจากนั้น ยังมีข่าวว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ยังมีชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายแท้ๆ ของ "บิ๊กป้อม" ซึ่งมีชื่อเล่นว่า "บิ๊กป๊อด" ด้วย
งานนี้จึงเชื่อยาก ว่า "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" กำลังใช้แผน "แยกกันเดิน รวมกันตี" แต่ออกแนว "สร้างดาวคนละดวง" เป็น "น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ" มากกว่า
คำถามคือ ถ้า "บิ๊กตู่" ตัดสินใจไปต่อ ลุยเลือกตั้งหวังเป็นนายกฯอีก 1 สมัย จะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ พรรคพลังประชารัฐจะยังสนับสนุนตนเองเป็น "แคนดิเดตนายกฯ" หรือไม่ หรือว่าต้องไปตั้งพรรคใหม่ของ "ปลัดฉิ่ง" นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ เป็นพรรคแตกแบงก์พัน เดินเกมการเมืองของตัวเองต่อไป