เชียงใหม่​ – “ครูบีม” อดีตครูอัตราจ้าง โรงเรียนตชด.กลางดอยแม่สะเรียง ร้องเรียนสื่อและตัดพ้อลงเฟซบุ๊กไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังถูกบีบออกจากงานเพราะป่วยหนัก ไม่สามารถไปสอนได้นานหลายเดือน

วันที่ 22 กันยายน​ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาววรกานต์ เกตุรัตนสมบูรณ์ หรือครูบีม อดีตครูอัตราจ้างโรงเรียนศกร.ตชด.บ้านวาทู ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนและเปิดใจผ่านเฟซบุ๊กของตนเอง หลังถูกบีบให้ลาออกอย่างไม่เป็นธรรมในปี 2562 หลังมีความจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวหลังพบอาการป่วยเป็นเนื้องอกที่ปีกมดลูกทั้งสองข้าง ทำให้ต้องผ่าตัดและรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายเดือน ได้มีการส่งใบลาย้อนหลัง แต่กลับถูกครูใหญ่ของโรงเรียนดังกล่าวบีบให้ลาออก และมีการประเมินให้ไม่ผ่านเกณฑ์

 

นางสาววรกานต์ เกตุรัตนสมบูรณ์ เปิดเผยว่า หตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 มีอาการปวดท้องหนักมาก รวมถึงที่บริเวณท้องน้อยบวมใหญ่มาก เลยแจ้งทางโรงเรียนให้ทราบเพื่อให้เพื่อนครูพาไปส่งโรงพยาบาล ในตัวอำเภอแม่สะเรียง พอไปถึงโรงพยาบาล หมอ ตรวจประเมินเรียบร้อย สรุปว่าเป็นเนื้องอกที่ปีกมดลูกทั้งสองข้าง ต้องผ่าตัดแต่ต้องรอผลเลือดว่ามีค่ามะเร็งหรือไม่ ซึ่งหมอระบุว่าห้ามยกของหนักและห้ามได้รับการกระทบกระเทือน ระหว่างรอผลเลือด ได้พักรักษาตัวอยู่กับแม่ ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เนื่องจากกลับขึ้นดอยไปสอนหนังสือไม่ได้ เพราะการเดินทางไปที่โรงเรียนมีความลำบากมาก เป็นถนนลูกรัง ห่างจากตัวอ.แม่สะเรียง ประมาณ 90 กม. และต้องขับรถฝ่าแม่น้ำขึ้นไป

 

ต่อมาผลปรากฏว่าเลือดมีค่ามะเร็งสูงถูกส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งนัดผ่าตัดวันที่ 25 มิถุนายน 2562  หมอให้พักฟื้นจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 พอพักฟื้นครบกำหนดตามหมอสั่ง แต่ยังปวดแผลและเดินยังไม่ค่อยถนัดจึงไม่สามารถขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ได้ บวกกับถนนไปโรงเรียนมันลื่นเพราะเข้าสู่ฤดูฝนการเดินทางลำบาก ถ้าหากว่าต้องเดินเท้าคงไม่ไหวเหมือนเมื่อก่อน หลังพักฟื้นเพื่อเตรียมกลับไปทำงานวันที่ 29 สิงหาคม 2562

อดีตครูดอยร้องสื่อ หลังถูกให้ออกจากงานไม่เป็นธรรม

ครูบีม เล่าต่อว่า ตอนนั้นเธอป่วยฉุกเฉินจึงไม่ได้เขียนใบลางาน ผู้บริหารโรงเรียนแจ้งว่าตนขาดงานราชการเกิน 15 วันและถูกตำหนิ พร้อมกับถูกบีบให้ลาออก ตนจึงไปขอใบลาออกจากต้นสังกัด ในตัวอำเภอแม่สะเรียง แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุของการลาออกได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุจากการป่วยเป็นเหตุผลที่ไม่เพียงพอ จึงเว้นช่องว่างไว้ เพื่อจะเขียนตามที่ผู้บริหารอยากให้เขียนแต่ผู้บริหารไม่กล้าเขียนลายมือชื่อ กลัวว่าตนจะโดนตั้งคณะกรรมการสอบ แต่ผู้บริหารสถานศึกษาลงลายมือชื่อที่ใบลาป่วยให้ คุณครูมีหลักฐานใบลาป่วย ใบรับรองแพทย์แนบให้กับผู้บริหารโรงเรียน และได้จ้างคนทำงานแทนตามที่ผู้บริหารสถานศึกษาสั่ง

 

ต่อมาเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2562 ทางโรงเรียน มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างชั่วคราว ประจำปีมีผู้ประเมิน 3 คนประกอบด้วยประธานกรรมการสถานศึกษาคือผู้ใหญ่บ้าน ส่วนกรรมการฯคนที่ 2 คือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กรรมการทั้งสองให้คะแนนผ่านคือ 90 คะแนน ซึ่งคะแนนเต็ม 100 รวมได้ 180 คะแนน แต่ผู้บริหารโรงเรียน ไม่ยอมให้คะแนน และไม่ยอมเซ็นเอกสารประเมิน ต่อมามีการประเมินรอบสอง ปรากฏว่าผู้บริหารโรงเรียนให้คะแนนตน 57 คะแนน ส่วนคนอื่นให้คะแนน 60 และ 61 ตามลำดับ ทำให้คะแนนตนตกเหลือร้อยละ 59.33 เท่านั้น โดยตามระเบียบผู้ถูกประเมินจะต้องได้คะแนนร้อยละ 60 ถึงจะผ่านและจ้างต่อ แต่จากการสังเกตพบว่ากรรมการทั้งสองคนให้ตนผ่านกลับระบุในความเห็นควรจ้างต่อไปแต่ควรปรับปรุงแก้ไข

อดีตครูดอยร้องสื่อ หลังถูกให้ออกจากงานไม่เป็นธรรม

หลังจากนั้นได้ไปขอเข้าพบผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อขอความเป็นธรรม แต่ฝ่ายบุคคลไม่ให้เข้าพบ ฝ่ายบุคคลบอกว่า การประเมินครั้งที่สองไม่ถูกต้อง จึงให้ประเมินใหม่เป็นรอบที่สาม โดยเปลี่ยนคณะกรรมการเป็นครูในโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียนได้เสนอ ครูในโรงเรียนเป็นคณะกรรมการแทนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งกรรมการจะประกอบด้วยครูใหญ่เป็นกรรมการคนที่ 1 ผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการคนที่ 2 และครูในโรงเรียนเป็นกรรมการคนที่ 3 ผลการประเมินออกมาเหมือนกับการประเมินรอบ 2 ซึ่งคะแนนทุกรายการมีการลอกมาจากคะแนนการประเมินครั้งที่ 2 แต่มีการเปลี่ยนกรรมการประเมินเท่านั้นจึงทำให้ต้องพ้นสภาพจากความเป็นครูในทันที

 

หลังจากนั้นจึงได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของครูใหญ่แต่ไม่เป็นผล เมื่อสำนักเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว ถูกสำนักงานเขตปฏิเสธความรับผิดชอบ ที่ผ่านมาตนทำงานด้วยความทุ่มเทเต็มที่ เพื่อให้ความรู้กับเด็กบ่อยครั้งครูในโรงเรียน มีธุระต้องไปดูแลคนในครอบครัวตน ได้มีการให้คนอื่นปฏิบัติหน้าที่แทนตลอด ตนเองเรียนจบมาเป็นคุณครู เพื่อมาให้ความรู้กับเด็กในถิ่นทุรกันดาร นอกจากนี้ตนยังเป็นเสาหลักของครอบครัวต้องส่งเสียเลี้ยงดูคนในครอบครัวหลายชีวิต หลังจากออกงานมา 2 ปีกว่า ประกอบกับช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นระยะเวลานาน ทำให้คนในครอบครัวต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางนางสาว วรกานต์ เกตุรัตนสมบูรณ์ ได้มีการไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้ช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ไปขอความช่วยเหลือกับนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย ให้ช่วยดำเนินการเรียกร้องความยุติธรรม

อดีตครูดอยร้องสื่อ หลังถูกให้ออกจากงานไม่เป็นธรรม