"ไพบูลย์ นิติตะวัน" เผยเล็งปรับร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ รองรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ พร้อมยกคำสั่ง คสช. ที่ 13/2561 ฉบับเพิ่มเติมมาใช้คัดเลือกตัวผู้สมัคร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

20 กันยายน 2564 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมแก้ไขร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ​ให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข มาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ว่า มีประเด็นที่จะเสนอแก้ไขแล้ว แต่ยังต้องรอหารือกับคณะกรรมการ เพื่อพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ โดยประเด็นที่จะแก้ไขในร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง คือ จะปรับการชำระค่าบำรุงพรรคของสมาชิกพรรค ให้เป็นครั้งเดียวตลอดชีพ ปรับแก้ไขในการเลือกตั้งขั้นต้น เพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. หรือ ไพรมารี่โหวต โดยจะนำความของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) มาบัญญัติแทนเพื่อให้การคัดเลือกผู้สมัคร เป็นไปตามกระบวนการของพรรคการเมือง เมื่อครั้งเลือกตั้งปี 2562

ส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. มีประเด็นที่ต้องพิจารณาด้วย คือ ข้อกำหนดให้มีตัวแทนพรรคประจำจังหวัด เดิมพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดให้มีตัวแทนประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้ง จึงจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ กล่าวคือหากจะส่งส.ส. ลงทุก 400 เขต ต้องมีตัวแทนพรรค ที่ประกอบด้วยสาชิกพรรค อย่างน้อย 100 คนทุกเขต เบื้องต้นจะไม่เสนอแก้ไข แต่มีรายละเอียดพิจารณาว่าตามคำสั่ง คสช. ที่ 13/2561 กำหนดให้มีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดใด ในจังหวัดนั้นสามารถส่งผู้แทนลงทุกเขตเลือกตั้งได้ ซึ่งเป็นเหมือนกับการเลือกตั้งปี 2562

 

"ประเด็นตัวแทนพรรคประจำเขตนั้น ยังไม่ฟันธงว่าจะเลือกรูปแบบใด แต่ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐมีตัวแทนพรรคประจำเขตเลือกตั้งทุก 350 เขตแล้ว จึงไม่มีปัญหาหากจะเพิ่มตัวแทนพรรคในเขตเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้น" นายไพบูลย์ กล่าว

 

ส่วนการปรับเนื้อหาการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีข้อเสนอให้เขียนแบบส.ส.พึงมี หรือ MMP นั้น ซึ่งในแนวทางจะใช้เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2554 ที่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 1% โดยนำคะแนนเฉลี่ยของบัตรบัญชีรายชื่อของทุกพรรครวมกันทั้งประเทศ มาคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคได้รับ

 

ทั้งนี้ เช่น การเลือกตั้งปี 2554 คะแนนพรรคได้รวม 3.5 ล้านคะแนน หากคิดฐาน 1% จะเท่ากับ 3.5 แสนคะแนน ถือเป็นคะแนนที่นำมาคำนวณเป็นส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค หากพรรคใด ได้คะแนนต่ำกว่า 3.5 แสนคะแนน จะไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ