ทางการสหรัฐฯเข้าย้ายผู้อพยพชาวราว 2,000 คนออกจากบริเวณชายแดนของรัฐเท็กซัส ที่มีผู้อพยพกว่าหมื่นคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเฮติไหลทะลักข้ามพรมแดนจากเม็กซิโกเข้ามาอาศัยอยู่อย่างแออัดใกล้สะพานข้ามแม่น้ำ

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าย้ายผู้อพยพราว 2,000 คนออกจากชายแดนที่เมืองเดล ริโอ ในรัฐเท็กซัสเมื่อวันศุกร์เพื่อส่งไปยังสถานที่กักตัวผู้ลอบเข้าเมืองอื่นๆ เพื่อคุมขัง ดำเนินการตรวจสอบ และส่งตัวออกจากดินแดนสหรัฐฯตามขั้นตอนทางกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล

 

สหรัฐฯย้ายผู้อพยพราว 2,000 คนที่ชายแดนเท็กซัส

 

ผู้อพยพทยอยเดินทางเข้าสหรัฐฯเพื่อหางานทำและเพื่อความปลอดภัยมานานหลายเดือนแล้ว แต่ในช่วงไม่กี่วันมานี้จำนวนผู้อพยพเพิ่มสูงมากและแออัดกันอยู่ในบริเวณใต้สะพาน ที่ข้ามแม่น้ำและเชื่อมระหว่างเมืองเดล ริโอ กับเมืองซิวดัด อกูนาของเม็กซิโก จนเกิดความกังวลด้านสุขอนามัย ปัญหามนุษยธรรมและการเมือง

 

สหรัฐฯย้ายผู้อพยพราว 2,000 คนที่ชายแดนเท็กซัส

 

 

นายกเทศมนตรีของเมืองเดล ริโอ ประเมินว่า มีผู้อพยพมากกว่า 14,000 คนพักแรมอยู่ใต้สะพาน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของทั้งสองฝั่งพรมแดน บอกว่า ผู้อพยพส่วนใหญ่เป็นชาวเฮติ หลายคนทิ้งบ้านเกิดหลังจากแผ่นดินไหวใหญ่ของเฮติเมื่อเดือนม.ค.2553 และอพยพไปอยู่ในประเทศอื่นๆในอเมริกาใต้นานหลายปีแล้ว ไม่ใช่อพยพออกมาหลังเกิดเหตุลอบสังหารประธานาธิบดีเมื่อเดือน ก.ค. หรือ แผ่นดินไหวเมื่อเดือน ส.ค.

 

สหรัฐฯย้ายผู้อพยพราว 2,000 คนที่ชายแดนเท็กซัส

 

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ กำลังเร่งจัดเที่ยวบินอพยพคนเหล่านี้กลับไปยังเฮติและจุดหมายอื่นๆภายใน 72 ชม. ซึ่งขณะนี้ได้ประสานงานกับประเทศต้นทางที่ผู้อพยพเหล่านี้เดินทางมา เช่น บราซิล และชิลี เพื่อขอให้รับผู้อพยพกลับไป นอกจากนี้สำนักงานศุลกากรและคุ้มครองชายแดนยังปิดด่านท่าเรือที่เมืองเดล ริโอ และส่งเจ้าหน้าที่ 400 คนไปเสริมเพื่อป้องกันการลอบเข้าเมืองเพิ่มเติม พร้อมทั้งย้ำว่า ด่านชายแดนถูกปิดและอย่าเสี่ยงอันตรายข้ามมา