19 กันยายน 2564 วงรอบรัฐประหาร 2549 เวียนมาอีกปี เหตุการณ์วันนั้นผู้คนในสังคมไม่น้อยนึกถึงชื่อ "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้ทำรัฐประหาร 2549 ยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) เมื่อปี วันนี้ชีวิตนายทหารวัยเกษียณจะทำอะไรในวันที่ล้างมือในอ่างทองคำ

เข้าขวบปีที่ 15 แล้ว หลังจากที่ "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และผู้นำคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ต่อมาภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549  ซึ่งเกิดขึ้นก่อนจะมีการเลือกตั้งเดือนตุลาคม 2549 และอยู่ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมการประชุมสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

หลังเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2550 พล.อ.สนธิ ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ดูแลความมั่นคงโดยเฉพาะในรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์

"บิ๊กบัง" ในวันที่วงรอบรัฐประหารเวียนมาอีกรอบ

หลังพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี "บิ๊กบัง" พล.อ.สนธิ ก็มักปรากฏข่าวคราวว่าจะเล่นการเมือง โดยจะเป็นหัวหน้าพรรคเอง ในที่สุดวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 พล.อ.สนธิ ก็รับตำแหน่งประธานพรรคมาตุภูมิ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งโดยนักการเมืองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นมุสลิม โดยมีเป้าหมายหวังฐานเสียงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคในปี พ.ศ. 2554 โดยการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ได้ลงรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคมาตุภูมิ

พล.อ.สนธิ เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่ 8 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 

"บิ๊กบัง" ในวันที่วงรอบรัฐประหารเวียนมาอีกรอบ

"ถ้าคุณทักษิณเจอผมเค้าจะเรียกพี่" เป็นส่วนหนึ่งในประโยคที่ "บิ๊กบัง" ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเมื่อครั้งครบรอบวันเกิด 74 ปี ของ พล.อ.สนธิ เมื่อปี 2563 โดยในวันนั้นนักข่าวถามว่า ผ่านมาแล้ว 14 ปี หลังการทำรัฐประหาร ได้มีการพูดคุยกับคุณทักษิณ หรือไม่ พล.อ.สนธิ ตอบคำถามแบบสบาย ๆ ว่า ...

"เคยติดต่อพูดคุยกันทางโทรศัพท์หลังผมปฏิวัติ โดยคุณทักษิณ บอกว่า ท่าน ผบ.ทบ.ตัวผมเป็นนักกีฬา รู้แพ้-รู้ชนะ ท่านทักษิณ พูดแค่นี้ ผมมองว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษ เราจบเตรียมทหารมาด้วยกัน เป็นพี่น้องตัดกันไม่ขาด จะเกลียดกันแค่ไหน เดี๋ยวก็ดีกัน" 

  "บิ๊กบัง" ในวันที่วงรอบรัฐประหารเวียนมาอีกรอบ

ผ่านมาแล้ว 15 ปี สังคมไทยก็ยังอยู่ในวังวนรัฐประหาร เพราะหลังจากนั้นก็อีก 8 ปี ก็เกิดรัฐประหารอีกครั้งในปี 2554 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

กระแสโหมโรงรำลึกรัฐประหาร 49 มีให้เห็นกันอยู่เนื่องๆ โดยล่าสุด วันที่ 19 ก.ย.นี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. จะจัดชุมนุมคาร์ม็อบ "ขับรถยนต์ชนรถถัง19ก.ย." ว่า วัตถุประสงค์หลักไม่เพียงแค่การรำลึก 15 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย.49 แต่ต้องการเน้นว่าการรัฐประหาร 19 ก.ย. และ 22 พ.ค. 57 จนถึงการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คือเรื่องเดียวกัน 

"สังคมไทยตกอยู่ในละครนี้มา 15 ปี ต่างกันแค่ตัวแสดง" ในทุกๆ ปีที่วงรอบเวลาการปฏิวัติเวียนมาถึง ผู้คนในสังคมไม่น้อยมักนึกถึง พล.อ.สนธิ แต่วันนี้ "บิ๊กบัง" เป็นเพียงนายทหารเกษียณราชการ ที่ใช้ชีวิตไปกับครอบครัว และคอยดูหลานๆ เติบโต อยู่กับความสุขในทุกๆ วันของชีวิต พล.อ.สนธิ ชอบเล่นกีฬามาก โดยเฉพาะฟุตบอล เทนนิส และเป็นแฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

นี่คือชีวิตของอดีตนายทหารผู้เคยกุมชะตากรรมประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นี่คือชีวิตที่ลิขิตเองของชายชื่อ "สนธิ บุญยรัตกลิน"

"บิ๊กบัง" ในวันที่วงรอบรัฐประหารเวียนมาอีกรอบ