นายอรรถพล บอกว่าจากนี้จะดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของที่ดิน และผู้ประกอบการที่ลักลอบนำสารเคมีมาทิ้ง ซึ่งฝ่ายปกครองได้แจ้งความกับเจ้าที่ตำรวจท้องที่แล้ว โดยความผิดฐานลักลอบทิ้งของเสียเคมี ซึ่งเป็นกากอุตสาหกรรมเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ประกอบด้วยกฎหมายหลายฉบับ หลายมาตรา 1.พรบ.โรงงาน พ.ศ. 2535 โทษจำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษสูงสุดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4.พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 โทษจำคุกไม่เกินหกเดือน ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 5.พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และปรับรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งแสนบาท
โดยการแก้ไขในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการกำจัดสารเคมีดังกล่าวคาดว่าใช้งบประมาณในการแกไข้หลายร้อยล้านบาท ซึ่งผู้ที่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย คือ ผู้ที่กระทำผิดกฏหมาย หากเจ้าของที่ดิน ให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ความผิดก็จะเบาบางลง แม้เบื้องต้นจะให้การปฏิเสธ แต่ทุกอย่างพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน เบื้องต้น นายสมศักดิ์ สง่าเม่น นายกเทศมนตรีตำบลดีลัง ได้สั่งห้ามไม่ให้นำวัตถุลักษณะดังกล่าวมาทิ้งในพื้นที่แล้ว พร้อมกับสั่งห้ามไม่ให้เคลื่อนย้ายวัถตุอันตรายเหล่านี้ ซึ่งหลังจากมีการตรวจสอบแล้วก็จะดำเนินการกำจัดตามกฏหมาย พร้อมกับนำป้ายคำสั่งมาติดไว้ด้านหน้าพื้นที่ทิ้งสารเคมีอันตรายแล้ว
เครดิตภาพ Facebook : อรรถพล เจริญชันษา