ทั้งนี้สืบเนื่องจากสถานที่พักโรงแรมรีสอร์ทโดยเฉพาะใน 4 ตำบลของอ.เขาค้อ ได้แก่ ต.เขาค้อ, ต.ทุ่งสะดาะพง, ต.ริมสีม่วงและต.หนองแม่นาจำนวนหลายร้อยแห่ง โดยทั้งหมดตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปิดดำเนินธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องปิดหรือหยุดการดำเนินธุรกิจ ตามคำสั่งจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา กระทั่งทางอำเภอเขาค้อได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการสถานที่พักทุกแห่งในเขตพื้นที่อำเภอเขาค้อให้หยุดกิจการ
โดยนายวุฒิชัย โรจนทิพยรักษ์ นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดฯ, นางบุปผา บุญเพ็ง ประธานชมรมคนรักษ์เขาค้อ, นายเชิง รักหาญ ตัวแทนกลุ่มรถสองแถว และนายอดิศักดิ์ บำรุงคีรี อดีตกำนันตำบลเขาค้อและตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ ได้ผลัดเปลี่ยนกันนำเสนอปัญหาผลกระทบจากคำสั่งปิดโรงแรมรีสอร์ทดังกล่าว โดยอ้างว่านอกจากทำให้กลุ่มทำธุรกิจขาดรายได้ โดยนักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาจ.เพชรบูรณ์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ที่ผ่านมาเพชรบูรณ์มีนักท่องเที่ยวปีละ 2.5 ล้านคน เฉลี่ยรายจ่ายต่อคนๆละ 6,000 บาทมีเม็ดเงินราว 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ปัจจุบันเม็ดเงินดังกล่าวหายไปจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงขอให้ผ่อนปรนคำสั่งจังหวัดฯโดยให้สถานที่พักโรงแรมรีสอร์ทบนเขาค้อสามารถเปิดดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ดังนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายจังหวัด เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิด-19