นายกฯ ลุยตรวจน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา รับฟัง ส.ส.พร้อมย้ำ ช่วยกันดูแล ปชช.โดยไม่ลืมเตือน ระวังโควิด แต่เผลอ "จาม" กลางวง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วยพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย , นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี , นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สมเกียรติ  ประจำวงษ์  และ  โฆษกรัฐบาล ธนกร วังบุญคงชนะ ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา  อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท  เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือหลากและวางแผนป้องกันพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่า

 

นายกรัฐมนตรี บอกว่า วันนี้ ได้มาเยี่ยมชาวชัยนาท และมารับฟังคำชี้แจงจาก สทนช. ซึ่งเป็นผู้บริหารน้ำภาพรวมของทั้งประเทศ  รวมไปถึงรับฟังความคิดเห็นจาก ส.ส ในพื้นที่  เพราะรัฐบาลมีความห่วงใย  และต้องดูแลคนทั้งประเทศ  ไม่มีการแบ่งแยก เพราะเป็นรัฐบาลต้องดูแลคนทั้งประเทศ ต้องพิจารณาตามลำดับความเร่งด่วน และให้เป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส ไม่มีการทุจริต และตรงต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง 

 

"วันนี้ผมก็มีความพอใจที่ทางฝ่ายการบริหาร ได้ชี้แจง ทั้งน้ำทางตอนเหนือ ตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง ซึ่งมีการตัดยอดน้ำออกไปยังพื้นที่ด้านข้าง จนกระทั่งมวลน้ำเหลือมายังพื้นที่นี้ หากมีการระบายน้ำในพื้นที่นี้ลดลง ไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์ เพื่อจะไม่ส่งผลกระทบในพื้นที่ลุ่มต่ำ"

นายกรัฐมนตรี ยังฝากความห่วงใย ว่า แม้วันนี้จะไม่มีโอกาสพบกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด -19 สิ่งที่ต้องระมัดระวังที่สุดตอนนี้ คือ โควิด โดยต้องเน้นย้ำมาตรการ DMHTT สวมหน้ากากอนามัย และเน้น ว่าการเฝ้าระวังการติดเชื้อ ที่ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญที่สุด นายกรัฐมนตรี ได้จามออกมากลางวง ก่อนจะรีบปฏิเสธ 

“ไม่ได้ป่วยเป็นอะไร ได้การตรวจโรคแล้ว ผมแพ้อากาศ เพราะที่นี่อากาศชื้น”

 

ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 9,800 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 39% ของความจุอ่าง ในปัจจุบัน สามารถรองรับน้ำได้อีก 15000 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยแยกเป็นพื้นที่ 4 เขื่อน

 

โดยในปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำกว่าล้านลูกบาศก์เมตร 38 % ของความจุอ่าง สามารถรองรับน้ำได้อีก 8 พันล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนสิริกิต์ มีปริมาณน้ำ 3,834 ล้านลูกบาศก์เมตร  40% ของความจุอ่าง สามารถรับน้ำได้อีก 5,646 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้งสองคืนนี้อยู่เหนือเขื่อนลุ่มน้ำเจ้าพระยา

 

ส่วนอีก 2 เขื่อนหลักซึ่งเป็นเขื่อนใหญ่ ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาประกอบด้วยเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำอยู่ 537 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 51% ของความจุอ่าง รับน้ำที่อีก 400 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำ 255 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 20% ของความจุอ่าง รับน้ำได้อีก 705 ล้านลูกบาศก์เมตร