ท่าทีของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ที่ปรับตัวเข้าหา ส.ส. เรียกได้ว่าแบบ 360 องศา หรือ "หน้ามือเป็นหลังมือ" และการยื้อไม่ยอมปรับ ครม.แบบรวดเร็ว กำลังบอกอะไร ซึ่งเท่าที่ประเมิน เหมือนเป็นทาง 2 แพร่งของนายกฯ

1.เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งใหม่ เพื่อเป็นนายกฯต่ออีก 1 สมัย สิ่งที่ต้องทำและส่งสัญญาณ คือ

 

-ปรับ ครม.แบบปรับใหญ่ ตอบแทนกลุ่มการเมืองที่ยังยืนเคียงข้าง พร้อมยอมเสียโควต้ากลาง เพื่อดึง "คนดี-เด่น-ดัง" และเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน เข้ามารับตำแหน่ง เพื่อให้หน้า ครม. ดีกว่าที่เป็นอยู่

 

-หาจังหวะที่ได้เปรียบที่สุด เร่งยุบสภาฯ เพราะพรรคอื่นน่าจะยังไม่พร้อม สำหรับเงื่อนไขตามกฎหมายพรรคการเมืองเท่ากับพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหม่ๆ

 

-หาทางล้มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ระบบการเลือกตั้งเป็นระบบ "บัตรใบเดียว" เพื่อคงความได้เปรียบทางการเมือง

 

-จับมือให้แน่นกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม คล้ายๆ กลุ่มการเมือง "อัมโน" ของมาเลเซีย เพื่อกลับมาร่วมกันตั้งรัฐบาลอีกครั้งหลังเลือกตั้ง และยังมี ส.ว.คอยโหวตหนุนอีก 1 สมัย

 

นี่คือโมเดลแรก ซึ่งต้องมาช่วยกันดูว่า ท่าทีของท่านนายกฯ เข้าข่ายตามนี้หรือไม่

2.เตรียมลงจากหลังเสือ วางมือ เพื่อเป็นรัฐบุรุษกอบกู้ประเทศ หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้มีเสียงด่าไล่หลังมากนัก สิ่งที่ต้องทำและส่งสัญญาณ ก็คือ

 

-ยื้อเวลาปรับ ครม.ให้นานที่สุด เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล ถ้าปรับก็จะเป็นการปรับเล็ก โดยนายกฯประคองสถานการณ์ไป

 

-เร่งปิดเกมโควิดให้ได้ นำเข้าวัคซีนให้มากที่สุด และป้องกันการระบาดระลอกใหม่ ถ้าประเทศฟื้นจากโควิดได้ จะกลายเป็นผลงานของ "นายกฯลุงตู่" ที่พาประเทศผ่านวิกฤติใหญ่ระดับโลก แม้จะมีความสูญเสียเกิดขึ้น แต่ในอนาคตสังคมไทยจะยอมรับได้ เพราะเกิดขึ้นทั่วโลก

 

-ดึงเกมรอจังหวะเปลี่ยนกรรมการองค์กรอิสระ เพื่อส่งคนที่ตัวเองไว้ใจได้ เข้าไปค้ำยันองค์กรแต่ละองค์กรเอาไว้ ป้องกันการถูกเล่นงาน หรือเอาคืนในอนาคต หรือถูกเสือกัดหลังลงจากหลังเสือ

-ดึงเกมให้นานที่สุด เพื่อตั้งพรรคการเมืองสำรอง เพราะถ้านายกฯไม่สู้ต่ออีกสมัย พรรคพลังประชารัฐมีโอกาสแตก อาจจะมีการตั้งพรรคสำรองเพื่อให้มีพรรคที่สนับสนุนตนเองอยู่ เข้าไปเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เหตุผลก็เพื่อประคองการเมืองไม่ให้ถูกแก้แค้นเอาคืน

 

-ดึงเกมแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ให้มีการแก้เพื่อล้มเลิก ส.ว. โดยการเลือกนายกฯ หลังมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะต้องมี ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯด้วยเท่านั้น เพื่อรับประกันไม่ให้มีฝ่ายตรงข้ามตนเองแบบ "คนละขั้ว" ขึ้นมาอีกอำนาจ แล้วไล่เช็คบิลย้อนหลัง

 

ถ้านายกฯเลือกแนวทางหลัง การยุบสภาฯ จะไม่จำเป็นต้องเลือกช่วงที่ตัวเองได้เปรียบทางการเมืองสูงสุด แต่จะเลือกช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองดีที่สุด เพื่อลงจากหลังเสืออย่างสง่างาม ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาเศรษฐกิจน่าจะต้องคลี่คลายระดับหนึ่งด้วย