นนทบุรี-เพื่อนบ้านเอะใจยายวัย 91 ปี หายตัวหลายวันพอสอบถามลูกสาวซึ่งป่วยอาการทางประสาทบอกแม่นอนหลับอยู่ในบ้าน พอซักถามพบผิดปกติ และมีกลิ่นเหม็นเน่าออกมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าแม่ของหญิงดังกล่าวเสียชีวิตมาแล้ว 5 วัน  วอนช่วยเหลือลูกสาว 

กลางดึกวันที่ 14 กันยายน 2564 ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้งมีคนเสียชีวิตในบ้านเลขที่ 34 หมู่บ้านธนพัฒนา ซอย นนทบุรี 8 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์เวรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

แม่วัย 91 ปีดับในบ้าน ลูกสาววัย 62 ปีป่วยประสาทไร้รับรู้นอนอยู่กับแม่ 5 คืน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ชั้นล่างพบศพนางสำลี โพธิ์ดี อายุ 91 ปี นอนเสียชีวิตบนที่นอน มีกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งกระจายทั่วบ้าน ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย แพทย์ชันสูตรพบว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน ได้ให้มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

แม่วัย 91 ปีดับในบ้าน ลูกสาววัย 62 ปีป่วยประสาทไร้รับรู้นอนอยู่กับแม่ 5 คืน

สอบสวนนางอารยา มัยโภคา อายุ 67 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวอยู่กันแค่ 2 คน คือนางสำลี และน.ส.ทัศนีย์ โพธิ์ดี อายุ 62 ปี ลูกสาวผู้ตาย ปกติผู้ตายเป็นคนแข็งแรง จะออกมารดน้ำต้นไม้ กวาดหน้าบ้านเป็นประจำ ตนเห็นผิดสังเกตไม่เห็นผู้ตาย ได้ถามลูกสาวว่าแม่หายไปไหน น.ส.ทัศนีย์ บอกว่าแม่นอนหลับ แต่ตนและเพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่ามาจากในบ้าน จึงเดินไปถามลูกสาว อีกครั้งว่าแม่ไปไหน น.ส.ทัศนีย์ ก็บอกเหมือนเดิมว่า แม่นอนหลับ ตนจึงถามย้ำว่าแม่มีลักษณะอย่างไร น.ส.ทัศนีย์ บอกว่าแม่หน้าดำ ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ พบว่านางสำลี เสียชีวิต

แม่วัย 91 ปีดับในบ้าน ลูกสาววัย 62 ปีป่วยประสาทไร้รับรู้นอนอยู่กับแม่ 5 คืน

นางอารยา กล่าวอีกว่า น.ส.ทัศนีย์ ลูกสาวผู้ตายป่วยมีอาการทางประสาท แต่ก็พอพูดคุยรู้เรื่องอยู่บ้าง เพื่อนบ้านก็คอยช่วยกันดูแลหาข้าวหาน้ำมาให้ บ้างทีก็ป้อนข้าวให้นางสำลี พอเจ็บไข้ได้ป่วยก็พาไปรักษาทั้งแม่ทั้งลูก แต่พอมีโรคโควิด-19ระบาด ก็ทำได้แค่เอาอาหารไปแขวนไว้ที่ประตูรั้วเท่านั้น จนเห็นหายไปผิดปกติ และมีกลิ่นเน่าโชยมา จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

เช้าวันที่ 15 กันยายน 25 64 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 34 หมู่บ้านธนพัฒนา ซอยนนทบุรี 8 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี อีกครั้งโดยได้พูดคุยกับป้าแจ๊ว อายุ 66 ปี เพื่อนบ้านที่คอยดูแลส่งข้าวส่งน้ำให้ครอบดังกล่าว 

แม่วัย 91 ปีดับในบ้าน ลูกสาววัย 62 ปีป่วยประสาทไร้รับรู้นอนอยู่กับแม่ 5 คืน

โดยป้าแจ๊ว เผยว่า ลูกสาวผู้ตายป่วยมีอาการทางประสาท แต่ก็พอพูดคุยรู้เรื่องอยู่บ้าง ป้าก็คอยช่วยกันดูแลหาข้าวหาน้ำมาให้ แต่มารู้สึกแปลกใจหลังจากไม่เห็นคุณยายออกมาเดินที่หน้าบ้าน ได้พยายามสอบถามลูกสาวของยายหลายครั้งก็ได้รับคำตอบว่าแม่นอนหลับ จนมีเพื่อนบ้านมาบอกว่าสงสัยได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาจากในบ้าน จึงได้แจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบถึงได้ทราบว่าคุณยายเสียชีวิตมาแล้วหลายวันเนื่องจากศพมีสภาพเน่าเปื่อย

แม่วัย 91 ปีดับในบ้าน ลูกสาววัย 62 ปีป่วยประสาทไร้รับรู้นอนอยู่กับแม่ 5 คืน

ป้าแจ๊ว กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลลูกสาวผู้เสียชีวิต ว่าจะมีทางช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ก่อนหน้านี้ป้าก็ได้ติดต่อไปหลายหน่วยงานก็ไม่เห็นมีเข้ามาสักราย กลัวว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้แกจะอยู่ลำบาก ส่วนเรื่องจัดการศพนั้นตอนนี้มีคนเข้ามาหาป้าแต่บอกว่าไม่ใช่ญาติ เขาดำเนินการเรียบร้อยแล้วกำลังติดต่อรับศพเพื่อนำมาเผาวันนี้ที่วัดแคนอก ถนนสนามบินน้ำ และเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาก็ได้ว่าจ้างให้อาสามาทำความสะอาดภายในบ้านหมดเรียบร้อยแล้ว