กลางดึกวันที่ 14 กันยายน 2564 ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้งมีคนเสียชีวิตในบ้านเลขที่ 34 หมู่บ้านธนพัฒนา ซอย นนทบุรี 8 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์เวรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ชั้นล่างพบศพนางสำลี โพธิ์ดี อายุ 91 ปี นอนเสียชีวิตบนที่นอน มีกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งกระจายทั่วบ้าน ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย แพทย์ชันสูตรพบว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน ได้ให้มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
สอบสวนนางอารยา มัยโภคา อายุ 67 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวอยู่กันแค่ 2 คน คือนางสำลี และน.ส.ทัศนีย์ โพธิ์ดี อายุ 62 ปี ลูกสาวผู้ตาย ปกติผู้ตายเป็นคนแข็งแรง จะออกมารดน้ำต้นไม้ กวาดหน้าบ้านเป็นประจำ ตนเห็นผิดสังเกตไม่เห็นผู้ตาย ได้ถามลูกสาวว่าแม่หายไปไหน น.ส.ทัศนีย์ บอกว่าแม่นอนหลับ แต่ตนและเพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่ามาจากในบ้าน จึงเดินไปถามลูกสาว อีกครั้งว่าแม่ไปไหน น.ส.ทัศนีย์ ก็บอกเหมือนเดิมว่า แม่นอนหลับ ตนจึงถามย้ำว่าแม่มีลักษณะอย่างไร น.ส.ทัศนีย์ บอกว่าแม่หน้าดำ ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ พบว่านางสำลี เสียชีวิต
นางอารยา กล่าวอีกว่า น.ส.ทัศนีย์ ลูกสาวผู้ตายป่วยมีอาการทางประสาท แต่ก็พอพูดคุยรู้เรื่องอยู่บ้าง เพื่อนบ้านก็คอยช่วยกันดูแลหาข้าวหาน้ำมาให้ บ้างทีก็ป้อนข้าวให้นางสำลี พอเจ็บไข้ได้ป่วยก็พาไปรักษาทั้งแม่ทั้งลูก แต่พอมีโรคโควิด-19ระบาด ก็ทำได้แค่เอาอาหารไปแขวนไว้ที่ประตูรั้วเท่านั้น จนเห็นหายไปผิดปกติ และมีกลิ่นเน่าโชยมา จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ