แทบช็อกตื่นมาเจอสุนัขและไก่ที่เลี้ยงไว้ถูกคนใจร้ายวางยาเบื่อนอนตายเกลื่อนวันเดียวกว่า 50 ตัว เชื่อเป็นฝีมือเจ้าของไร่มันใกล้เคียงเคยพูดว่า “เตือนแล้วอย่าปล่อยมาคุ้ยเขี่ยในสวนกู” เผยไม่แจ้งความเพราะเชื่อเวรกรรมมีจริงใครทำอะไรไว้ต้องได้รับผลกรรมเอง

14 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านหนองโดน ต.หนองโดน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์  ว่ามีสุนัข และไก่ของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ถูกคนใจร้ายลอบวางยาเบื่อ นอนตายเกลื่อนวันเดียวกว่า 50 ตัว เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของเจ้าของไร่มันใกล้เคียง ที่อาจจะไม่พอใจที่ไก่และสุนัขไปคุ้ยเขี่ยในไร่มันสำปะหลัง    จึงได้วางยาเบื่อทั้งสุนัขและไก่ตายจำนวนมาก จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้านหนองโดน ตามที่ได้รับแจ้ง

ขอให้เวรกรรมลงโทษคนใจร้าย วางยาเบื่อหมาและไก่ตายกว่า 50 ตัว

 

ได้พบกับ น.ส.ชะยา แซ่ตั้ง อายุ 44 ปี เจ้าของสุนัขและไก่ที่ถูกวางยาเบื่อตาย เล่าให้ฟังว่าตนเองเลี้ยงสุนัขไว้ทั้งหมด 8 ตัว และไก่อีก 50 ตัว ก็เลี้ยงแบบบ้านๆ ปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ แต่เมื่อวันก่อนช่วงกลางดึกเห็นสุนัขวิ่งน้ำลายฟูมปากมาที่บ้านดิ้นทุรนทุราย  ก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกผ่านไปประมาณ 5 นาทีสุนัขก็สิ้นใจตายต่อหน้าต่อหน้า ตอนเช้าตื่นมาเห็นสุนัขนอนตายอีก 5 ตัวรวมเป็น 6 ตัว ทั้งยังพบไก่ที่เลี้ยงไว้นอนตายเกลื่อนทั้งบริเวณบ้านและไร่มันนับได้ 47 ตัว โดยไก่ที่ตายก็มีอาการคล้ายกันกับสุนัขคือมีน้ำลายฟูมปากทุกตัว จึงเชื่อว่าน่าจะถูกยาเบื่อแน่นอน  พอเดินไปดูแถวหน้าบ้านและไร่มันสำปะหลังที่อยู่ใกล้กับบ้านก็ไปเจอเศษไก่ทอดคลุกยาเบื่อใส่ในถุงพลาสติกวางกระจายตามจุดต่าง ๆ ในไร่มันสำปะหลัง ทั้งยังมีข้าวที่ผสมกับอาหารโยนมาบริเวณหน้าบ้านด้วย จึงเก็บมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน 

ขอให้เวรกรรมลงโทษคนใจร้าย วางยาเบื่อหมาและไก่ตายกว่า 50 ตัว

ขอให้เวรกรรมลงโทษคนใจร้าย วางยาเบื่อหมาและไก่ตายกว่า 50 ตัว


 

ซึ่งตนเองก็ไม่อยากจะปรักปรำใครเพราะไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นคนทำ กระทั่งมีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่า มีเจ้าของไร่มันคนหนึ่งไปพูดกับชาวบ้านที่ร้านค้าว่า “ใครบอกให้เดินมาในสวนกู บอกหลายครั้งแล้ว ไม่ทำอะไรกูก็เอาให้มึงกินจะเป็นอะไร” ซึ่งก็สอดคล้องกับที่รุ่งเช้าวันต่อมาคนที่ไปพูดที่ร้านค้าขับรถผ่านมาหน้าบ้านตนเอง ซึ่งที่ผ่านมาเคยทักทายแต่วันนั้นไม่ทักเลยแต่ขับรถผ่านมาเหมือนกับมาดูผลงานตัวเองหรือเปล่า จากคำพูดและพฤติกรรมคิดว่าเขาคงจะร้อนตัวเอง  
น.ส.ชะยา ยังบอกอีกว่า สุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้ก็รักและผูกพัน ส่วนไก่ที่ตายก็เลี้ยงไว้ขาย แต่ละตัวน้ำหนักประมาณ 1 – 2 กิโลกรัม หากขายก็จะได้ตัวละประมาณ 200 บาท ก็รู้สึกเสียใจไม่คิดว่าคนที่วางยาเบื่อจะทำกับสัตว์ได้ลงคอจิตใจคงอำมหิตเพราะมันดิ้นทุรนทุรายก่อนจะตาย ส่วนสาเหตุหากเป็นเจ้าของไร่มันจริงก็อาจจะไม่พอใจที่สุนัข หรือไก่ไปคุ้ยเขี่ยไร่มัน ตอนแรกตนก็คิดว่าจะไปแจ้งความเหมือนกันแต่พอนึกไปนึกมาก็ไม่อยากจะเสียเวลา เสียเงินเสียทองและไม่รู้ว่าจะสู้เขาได้หรือไม่ ก็เลยไม่แจ้งแต่ก็คิดว่าเวรกรรมมีจริงสักวันคนที่ทำคงจะได้รับผลกรรมเอง แต่ก็ไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก ส่วนสุนัขและไก่ที่ถูกวางยาเบื่อตายก็นำไปฝังหลังบ้านเรียบร้อยแล้ว 

โดย - สุรชัย พิรักษา