ทั้งนี้ มาตรการที่ดำเนินการบรรเทาทุกข์ที่เป็นหลักเฉพาะหน้าได้แก่การเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังในชุมชนเข้าสู่ระบบระบายน้ำ มีการระดมเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือชุมชนต่าง ๆซึ่งเป็นแอ่งรับน้ำพร้อมทีมกับบรรเทาสาธารณภัยที่เข้าไปซ่อมกำแพงที่พัง ล้างทำความสะอาดดินโคลนให้แก่ชุมชน
นายสนธยา กล่าวอีกว่าในอีกด้านหนึ่ง เมืองพัทยาจะบังคับใช้ พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 อย่างเคร่งครัด หลังจากที่ผ่านมามีการถมดินก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ได้ขออนุญาตเพราะส่งผลกระทบต่อชาวชุมชนและหมู่บ้านบางแห่งกลายเป็นแอ่งกระทะหรือพื้นที่รับน้ำ เช่น กรณีหมู่บ้านฟ้าริมหาด เป็นต้น
“เราเริ่มดำเนินการบ้างแล้วในการรื้อสถานที่รุกล้ำที่ปิดกั้นทางน้ำ ซึ่งสำรวจแล้วมีจำนวนมากที่ก่อสร้างในที่สาธารณะหรือคลองในพัทยา มีการสั่งรื้อไปแล้ว เช่น คลองพัทยาใต้ คลองนาเกลือ ฯลฯ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายการระบายน้ำในจุดที่เป็นปัญหาสำคัญทั่วเมืองพัทยา”
สำหรับมาตรการอื่น ๆนั้น นายสนธนา กล่าวว่าเมืองพัทยาจะเร่งออกแบบและบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่สูงไม่ให้ไหลเข้าชุมชน โดยการวางระบบท่อให้ไหลตัดลงสู่ทะเล เช่น บริเวณเขาน้อย เขาตาโล ห้วยใหญ่ แยกวัดชัยมงคล ซึ่งมีระยะลงสู่ทะเลประมาณ 100 เมตร รวมถึงการสูบน้ำในจุดท่วมขัง เช่น ระหว่างทางรถไฟกับถนน กลับไปยังพื้นที่แก้มลิงซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ 20 ไร่ จะต้องขยายพื้นที่รับน้ำเพิ่มเติมก่อนจะผันน้ำออกไป