พัทลุง - ยังไม่จบ ผู้รับสัมปทานคาใจรังนกหายใครรับผิดชอบ ทิ้งไว้แค่ขยะให้ดูต่างหน้า พบรังนกอิแอ่นเหลือเพียง 3 รัง แยกเป็นรังนกขาวเพียง 0.86 กิโลกรัม และรังนกดำจำนวน 15 กิโลกรัมเท่านั้น

13 กันยายน 2564 จากกรณีที่ บริษัทสยามเนสท์ 2022 จำกัด ชนะการประมูลสัมปทานรังนกอิแอ่นในราคา 400 ล้านบาท  และมีการลงนามในสัญญาสัมปทานฯ กันไปเมื่อวันที่  9  ก.ย. 64 ที่ผ่านมา  จากนั้นในวันเดียวกันนายพลรัช รองเลื่อน ปลัดจังหวัดพัทลุง  นายวิสุทธ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง พร้อมทีมคณะสื่อมวลชนได้เดินทางลงพื้นที่เกาะสี่เกาะห้า ในพื้นที่ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เพื่อร่วมส่งมอบคืนพื้นที่ให้กับบริษัทที่ชนะการประมูลรังนกฯ  และก่อนที่จะมีการรับมอบทางบริษัทฯได้นำสื่อมวลชน ลงสำรวจถ้ำรังนก จำนวน 7 ถ้ำ พบว่ารังนกถูกขโมยไปเกือบหมด  จนทั้ง  2  ฝ่ายได้มีหนังสือแนบท้ายการส่งมอบเกาะกัน  ต่อมาเมื่อวันที่  11  ก.ย. 64  คณะทำงานของคณะกรรมการรังนกฯ ร่วมกับกับทางบริษัทฯ  ออกเก็บรังนกฯ ตามถ้ำต่างๆ รวม 10 ถ้ำ  พบว่าภายในถ้ำเหล่านั้นเต็มไปด้วยเศษขยะ ขวดน้ำ เทียนไข เต็มไปหมด และพบรังนกอิแอ่นเหลือเพียง 3 รัง แยกเป็นรังนกขาวเพียง 0.86 กิโลกรัม และรังนกดำจำนวน 15 กิโลกรัมเท่านั้น

ผู้รับสัมปทานคาใจ รังนกหายเกลี้ยงใครรับผิดชอบ

ทางด้านพนักงานของบริษัทฯรายหนึ่ง  เปิดเผยว่า จากการที่คณะทำงานของคณะกรรมการรังนกฯ และพนักงานของบริษัทฯ ร่วมกันลงพื้นที่จัดเก็บรังนกตามถ้ำต่างๆในวันที่  2 ของการจัดเก็บรังนก   จำนวน  16  ถ้ำตลอดทั้งวันในวันที  12 ก.ย. 64  ที่ผ่านมา   ก็พบว่าถ้ำต่างๆถูกขโมยรังนกจนเกือบเกลี้ยงถ้ำ   โดยสามารถเก็บรังนกขาวได้เพียง  8.75  กก.  ส่วนรังนกดำจัดเก็บได้  38.54  กก. ซึ่งการจัดเก็บรังนกในวันที่  2  ในช่วงดังกล่าว (ครั้งที่ 3)  ทางบริษัทฯสามารถจัดเก็บรังนกขาวได้มากถึง  173.8  กก. รังนกดำได้  282.60  กก.  ส่วนขยะประเภทต่างๆสามารถเก็บได้มากถึงกว่า  80  กิโลกรัม  

ผู้รับสัมปทานคาใจ รังนกหายเกลี้ยงใครรับผิดชอบ
 

และยิ่งซ้ำร้ายไปกว่านั้น ภายในถ้ำทุ่งเตี้ยใหญ่ ซึ่งเป็นถ้ำที่มีจำนวนรังนกอิแอ่นมากที่สุดของเกาะสี่  เกาะห้า  ซึ่งต้องใช้เชือกโรยตัวลงไปในถ้ำประมาณ  70  เมตรนั้น  จนท.ได้พบเชือกและอุปกรณ์สำหรับการโรยลงไปในถ้ำ และเศษขยะ  เศษอาหาร  ขวดเครื่องดื่มชนิดต่างๆที่เปิดใ้ช้แล้ว เศษอาหารตากแห้ง  ปลากระป๋อง  เครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ อยู่เป็นจำนวนมาก  และยังพบกองฟืนที่พื้นถ้ำชั้นล่างสุดที่กลุ่มคนร้ายนำไม้ฟืนมาก่อไฟให้มีควันไฟ   เพื่อไล่ฝูงนกอีแอ่นที่กำลังฟักไข่  เลี้ยงลูกอยู่ในรังนกฯให้บินหนีออกจากถ้ำอีกด้วย  ซึ่งเป็นการทำลายล้างทรัพยากรทางธรรมชาติให้ได้รับความเสียหายโดยประมูลค่าความเสียหายไม่ได้  นอกจากนั้น  จนท.ยังพบเสื้อผ้าของกลุ่มคนร้าย  กางเกงวอร์ม  และเสื้อยืดคอกลมสีเขียวยอดตองที่ระบุชื่อตำรวจยศร้อยตำรวจโทอยู่ด้านหลังด้วย   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์บนเกาะรังนกแห่งนี้  และมั่นใจว่ากลุ่มคนร้ายที่เข้ามาขโมยรังนกในถ้ำทุ่งเตี้ยใหญ่นั้นมีไม่น้อยกว่า  40  คน  และมีการปฏิบัติการในการขโมยรังนกเป็นเวลาหลายวัน

ผู้รับสัมปทานคาใจ รังนกหายเกลี้ยงใครรับผิดชอบ


ทางด้านนายพิพัฒร อมรวัตพงศ์ ทนายความของบริษัทสยามเนสต์ ฯ กล่าวว่า  ทางเข้าสู่ถ้ำทุ่งเตี้ยใหญ่นั้นมีเพียงเส้นทางเดียว  คือ  จะต้องเดินผ่านสำนักงานของบริษัท ที่  จนท.ใช้เป็นที่ดำเนินการในกิจกรรมการเฝ้ารังนกเท่านั้น   หากจะขึ้นจากทะเลสาบสงขลาเพื่อเข้าไปในถ้ำดังกล่าวย่อมทำไม่ได้  ก็ต้องถามไปยังคณะกรรมการรังนกฯและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายว่ากลุ่มคนร้ายที่เดินผ่านสำนักงานฯไปยังถ้ำดังกล่าวเป็นใคร  มาจากไหน  ส่วนจะมี  จนท.รัฐเกี่ยวข้องกับการก่อไฟไล่ฝูงนกเพื่อนำไปสู่การขโมยรังนกบ้างหรือไม่จนไม่อยากจะกล่าวถึง  ก็ต้องให้นายกู้เกียรติ  วงศ์กระพันธุ์  ผวจ.พัทลุง  ในฐานะประธานคณะกรรมการรังนกฯ คลายข้อสงสัยของคนพัทลุงต่อไปให้ได้

ผู้รับสัมปทานคาใจ รังนกหายเกลี้ยงใครรับผิดชอบ
 

ทางด้านนายวิสุทธิ์  ธรรมเพชร  นายก  อบจ.พัทลุง  ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการรังนกฯ เผยว่า  เรื่องบัดสีในเกาะรังนกนั้นเป็นเรื่องที่นายกู้เกียรติ  วงศ์กระพันธุ์  ผวจ.พัทลุงในฐานะคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง   และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องออกมาชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ  และนับเป็นบทเรียนที่สำคัญว่าหากมีช่องว่างการประมูลรังนกฯก็ไม่ต้องใช้  จนท.รัฐเข้าไปเฝ้ารังนกฯเพราะตนไม่อยากเห็นให้เกิดประวัติซ้ำรอย  สมควรที่จะว่าจ้างให้บริษัทรักษาความปลอดภัยเข้ามาดำเนินการแทน  ในขณะเดียวกันตนได้รับการบอกกล่าวจากทางบริษัทฯว่าทางบริษัทจะเข้ามาทำสัญญาการสัมปทานรังนกฯในวันที่  3  ก.ย.64  แต่จังหวัดฯบอกว่ายังไม่พร้อม  ซึ่งตนก็รู้สึกงุนงงกับเรื่องดังกล่าว  และตนยังได้ทราบมาอีกว่าการสัมปทานรังนกฯในครั้งนี้มีข้าราชการบางคนมีผลประโยชน์แอบแฝงที่เรียกร้องจากบริษัทรังนกอีกด้วย   เท็จจริงแค่ไหนตนขอให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงกับประชาชนด้วย  ส่วนการเข้าแจ้งความกับกลุ่มคนร้ายในกรณีดังกล่าวนั้น  ทาง  อบจ.ไม่สามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจได้  เป็นเรื่องของบริษัทฯที่จะเข้าแจ้งความเองในฐานะผู้เสียหาย  ส่วนทาง  อบจ.พัทลุงทำหน้าที่เพียงในด้านธุรการเท่านั้น

ผู้รับสัมปทานคาใจ รังนกหายเกลี้ยงใครรับผิดชอบ


ทางด้านนายพลรัช รองเลื่อน ปลัดจังหวัดพัทลุง  ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรังนกฯ เผยว่า  นายกู้เกียรติฯ และคณะกรรมการรังนกฯทุกคนรู้สึกสลดใจ  เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะรังนกโดยที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน  สำหรับตนนั้นได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วโดยได้แจ้งเบาะแสการขโมยรังนกจากชาวบ้านให้นายอำเภอปากพะยูน  และ  ผกก.สภ.ปากพะยูน ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง  การเฝ้ารังนกเป็นเรื่องที่น่าหนักใจของทุกฝ่ายเพราะหากรุนแรงไปก็จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่หากินในทะเลสาบสงขลาบริเวณรอบเกาะรังนก  ในด้านของการคลี่คลายคดีการขโมยรังนกนั้น  

ผู้รับสัมปทานคาใจ รังนกหายเกลี้ยงใครรับผิดชอบ

และในช่วงสายของวันนี้(13 ก.ย.64) นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ ผวจ.พัทลุง ได้มีหนังสือไปยัง  พล.ต.ต.วรา  เวชชาภินันท์  ผบก.ภ.จ.พัทลุง  เพื่อให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้เข้ามาแจ้งผลความคืบหน้าของการสืบสวนสอบสวน  ในวันที่  15  ก.ย. 64  นี้  โดยจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน  ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ารับการชี้แจงจากตำรวจด้วยอีกครั้ง.

ภาพ/ข่าว โดย:
ธัญวีร์ จันทร์สุขศรี จ.พัทลุง