รถไฟหัวกระสุน "ชินคันเซ็น 2 ชั้น" ที่อยู่คู่กับชาวญี่ปุ่นมายาวนาน คนที่เคยใช้บริการน่าจะคุ้นเคยกับการขึ้นบันไดเลื่อนพิเศษ เพื่อใช้บริการเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในเส้นทาง "โจเอซึ ชินคันเซ็น" (Joetsu Shinkansen) กำลังจะปิดให้บริการต้นเดือนหน้านี้

วันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จะไม่มีรถไฟ หัวกระสุนชินคันเซ็น แบบ 2 ชั้น ที่มีเอกลักษณ์ต้องขึ้น บันไดเลื่อน เพื่อใช้บริการให้เห็นอีกด้วย หลังจากขบวนรถไฟรุ่น "E4 Series" ที่รู้จักกันในชื่อ Max Toki หรือ Max Tanigawa ให้บริการมานานถึง 24 ปี ซึ่งทาง East Japan Rail ผู้ให้บริการรถไฟเหล่านี้ ได้เตรียมมอบความสุดพิเศษฉลองส่งท้ายการให้บริการเอาไว้แล้ว และแน่นอนว่าหนึ่งในนี้จะเกี่ยวข้องกับ "บันไดเลื่อน" ที่ตอนนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ด้วย เพราะไม่ใช่ทุกวันที่จะได้ขึ้นบันไดเลื่อนไปขึ้น ชินคันเซ็น ถ้าไม่ได้ใช้บริการรถไฟรุ่น E4 Series ที่สถานีโตเกียว คนที่ไม่เคยใช้บริการก็เริ่มปฏิบัติการตามล่าหาบันไดเลื่อน ซึ่งตั้งอยู่ภายใน "ticket gate"  

 

ลาก่อน 24 ปี รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น Max Toki

 

ลาก่อน 24 ปี รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น Max Toki

 

ลาก่อน 24 ปี รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น Max Toki

ถ้าไปบริเวณสถานีรถไฟที่ให้บริการรถไฟรุ่นนี้ ก็จะเจอโปสเตอร์ที่ติดไว้ที่ผนังเพื่อแจ้งว่ารถไฟสองชั้นจะไม่อยู่ให้บริการอีกแล้ว พร้อมข้อความกระตุ้นให้ผู้โดยสารไปใช้บริการก่อนปิด เพื่อชมวิวทิวทัศน์จากที่นั่งชั้นบนเป็นครั้งสุดท้าย 

 

ลาก่อน 24 ปี รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น Max Toki

 

ลาก่อน 24 ปี รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น Max Toki

 

ลาก่อน 24 ปี รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น Max Toki

เสน่ห์ของ ชินคันเซ็น 2 ชั้น เริ่มต้นตั้งแต่ บันไดเลื่อน พาขึ้น ซึ่งถ้าเข้าไปดูใกล้ๆ จะเห็นรายละเอียดการออกแบบที่สร้างขึ้นด้วยความรักและแฮนด์เมด น่าประทับใจกว่าการใช้วัสดุสำเร็จรูป เพราะแสดงให้เห็นถึงระดับการเอาใจใส่ดูแลที่บ่งบอกว่า มันเป็นมากกว่าวัตถุที่ไม่มีชีวิต ยังมีข้อความขอบคุณประชาชนผู้ใช้บริการมาตลอด 24 ปี ในแต่ละเที่ยวรถไฟขนาด 16 ตู้นี้ ให้บริการผู้โดยสารได้เที่ยวละ 1,634 คน แต่ด้วยเพราะความเร็วที่ไม่มากนักคือ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้มันถูกมองว่า ด้อยประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ เช่น E5 ที่อยู่ในเครือข่าย Tohoku Shinkansen ซึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

 

ลาก่อน 24 ปี รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น Max Toki