ผบช.น. แจง เหตุรถผู้ต้องขับพุ่งชนม็อบเจ็บ แยกดินแดง ระบุ ผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายรุมทุบตี เกรงอันตราย จำเป็นต้องขับหนี เป็นที่มาภาพในโซเชียล พาหนะจอดตรวจพิสูจน์ ที่รพ.พระมงกุฏฯ จ่อเอาผิดม็อบฐาน ทำร้ายเจ้าพนักงาน วอน ปชช.ทบทวนการปฏิบัติเจ้าหน้าที่

วันที่ 13 กันยายน 2564 พล.ต.ท.ภัครพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ชี้แจงถึงกรณีมีบุคคลแต่งกายเป็นตำรวจ ขับรถควบคุมผู้ต้องหานั้น จากการตรวจสอบเป็นตำรวจจริง ที่ได้รับคำสั่งให้นำรถควบคุมผู้ต้องขังไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังเสร็จสิ้นภารกิจจึงขับรถไปที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) ซึ่งเมื่อเวลา 23.00 น. รถควบคุมผู้ต้องหาคันนี้ ได้ขับรถผ่านมายังบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง พบกลุ่มบุคคล 6-7 คน พยายามเข้าทุบทำลาย พร้อมกับได้ยินเสียงระเบิด ด้วยเกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงขับรถหลบหนี จนทำให้เกิดเหตุเฉี่ยวชน ตามภาพที่ปรากฎดังกล่าว 

 

อีกทั้ง ยางรถยนต์ได้รับความเสียหาย จึงต้องนำรถไปจอดไว้ที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบสภาพของรถยนต์แล้ว โดยในวันนี้ตำรวจ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถควบคุมผู้ต้องหาคันดังกล่าว จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สน.ดินแดง ฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ และร่วมกันทำลายทรัพย์สินของทางราชการ พร้อมยืนยัน ไม่ใช่การชนแล้วหนี แต่เนื่องจากถูกทุบตีที่ตัวบอดี้รถยนต์ เกรงว่าจะได้รับอันตราย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่หากได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จริง ก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าแจ้งความได้

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ ยืนยันปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจากมีการเผาทำลายทรัพย์สิน และก่อเหตุวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าควบคุม ส่วนการเข้าพื้นที่แฟลตดินแดง เจ้าหน้าที่ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น จนทำให้เจ้าหน้าที่ถูกวัตถุระเบิด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

พล.ต.ท.ภัครพงศ์ ระบุว่า ตนพูดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ให้ประชาชนใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำในกรอบของกฎหมาย ไม่ใช่ไล่ตีกลุ่มคนชุมนุมอย่างเดียว ซึ่งหากมีผู้ที่ก่อเหตุเผาทำลายทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ก็จะต้องใช้กำลังเข้าควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น โดยทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายคน ซึ่งไม่ได้ใช้อาวุธปืนจริงสักครั้ง ใช้เพียงกระสุนยาง ใช้แก๊สน้ำตา

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงมีการป้องกันการนำเข้าอาวุธในพื้นที่ชุมนุม โดยการตั้งด่านสกัด บริเวณพื้นที่โดยรอบการชุมนุม เน้นตรวจค้นรถต้องสงสัย รถจักรยานยนต์ และรถที่ไม่มีป้ายทะเบียนเป็นหลัก โดยจะพยายามรักษาความสงบใช้กำลังตามสมควรแก่เหตุ มีการตรวจค้นก่อนชุมนุม และภายหลังการชุมนุม ส่วนกรณีที่มีผู้หญิง 2 คนถูกเจ้าหน้าที่ทุบตีจนแขนหักนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบ