เพื่อหาเงินมาสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ เพราะที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งให้ผลผลิตลูกแรดปีละ 200 ตัว ต้องใช้เงินเดือนละกว่า 11 ล้านบาท ขณะที่นอแรด ก็จำเป็นต้องตัดทิ้งอยู่แล้ว

ผู้เพาะพันธุ์แรดเอกชนรายใหญ่ที่สุดของแอฟริกาใต้บอกว่าเขาสามารถอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัยจากผู้ลักลอบล่าสัตว์เป็นเวลา 4 ปีครึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ หากไม่ได้รับอนุญาตให้ขายนอแรด

 

นอแรดถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์แผนจีน และได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของสถานะในส่วนอื่น ๆ ของเอเชีย ทำให้การค้าขายให้กำไรสูงและนำไปสู่การลักลอบตัดนอแรด ซึ่งก็รวมถึงการฆ่าสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครอง ซึ่งก็เป็นปัญหาที่แพร่หลายในปัจจุบัน

 

Platinum Rhino Conservation Enterprise ของจอห์น ฮูม ในจังหวัดตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกาใต้ มีแรดขาวใต้อยู่ 1,985 ตัว และฮูม ก็ได้กดดันรัฐบาลมาอย่างยาวนานให้ปล่อยให้เขาขายนอแรด ซึ่งตัดมาอย่างถูกกฎหมายและเก็บสะสม
ไว้

 

มิเชลล์ อ็อตโต สัตวแพทย์สัตว์ป่าที่ช่วยตัดนอแรดให้กับฮูม บอกว่า “สำหรับเราแล้ว การทำแบบนี้คือมาตรการด้านความปลอดภัย มันทำหน้าที่เป็นตัวยับยั้งการลักลอบล่าสัตว์ เพราะเรามีแรดจำนวนมากในโครงการ เราพยายามสกัดการลักลอบล่าสัตว์ที่เกิดขึ้นที่นี่โดยการเล็มนอแรดเป็นประจำ เพื่อให้มีแรงจูงใจน้อยลง สำหรับผู้คนที่จะมาที่นี่เพื่อล่าแรดของเรา " 

 

ฮูมบอกว่ากล้องและเรดาร์ได้ช่วยป้องกันให้พวกลักลอบล่าสัตว์ อยู่ให้ห่างจากอุทยานเพื่อการล่าสัตว์ของเขา ซึ่งมีลูกแรด 200 ตัวเกิดออกมาในแต่ละปี นับตั้งแต่ปี 2562
 

นักอนุรักษ์แห่งแอฟริกาใต้ วอนรัฐบาลเปิดทางขายนอแรด

แต่อดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์วัย 79 ปีรายนี้บอกว่า ค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้มากถึง 5 ล้านแรนด์ต่อเดือน หรือ 11 ล้าน 5 แสนบาท ครึ่งหนึ่งใช้ไปกับเรื่องความปลอดภัย ส่วนที่เหลือเป็นค่าอาหารเสริม และการจัดการ ซึ่งเขาเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด

 

สำนักงานของฮูมบอกว่าองค์กรของเขาไม่มีผู้สนับสนุนทางการเงิน

 

ฮูมยังบอกด้วยว่า การผลักดันเรื่องการค้าแรดและนอแรดอย่างถูกกฎหมายเพื่อระดมเงินมาใช้เพื่อการอนุรักษ์ ไม่ประสบผลสำเร็จ

“ดังนั้น ถ้าผมมีรัฐบาลมาช่วยในการส่งออกแรดมีชีวิต ส่งออกนอแรด หรือเริ่มต้นโรงงานแปรรูปที่นี่ ที่เราแปรรูปนอแรดเป็นเครื่องประดับ หรือยา ถ้ารัฐบาลช่วยผมทำอย่างนี้ เพื่อที่จะได้มีเงินมาจ่ายสำหรับโครงการนี้ โครงการก็จะเติบโตและดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยแรดที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผมกลัว เพราะว่าผมไม่สามารถทำสิ่งที่ทำอยู่ได้ตลอดไป โดยพื้นฐานแล้ว มันคือ 5 ล้านแรนด์ต่อเดือนโดยไม่มีการส่งออก ผมต่อสู้เพื่อส่งออกแรดบางตัวไปยังเวียดนามมาหลายปีแล้ว และ แทนที่จะช่วยผมรัฐบาลก็หาวิธีที่จะสกัดกั้นตลอดเวลา”

แต่คำแถลงบนเว็บไซต์ของกระทรวงสิ่งแวดล้อมบอกว่าการค้านอแรดในเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศ ยังคงถูกห้ามภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES
นักอนุรักษ์แห่งแอฟริกาใต้ วอนรัฐบาลเปิดทางขายนอแรด

การลักลอบล่าแรดส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอุทยานเพื่อการล่าสัตว์ของรัฐบาลแอฟริกาใต้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 การล่าแรดในประเทศเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เมื่อการลักลอบล่าสัตว์ลดลงเนื่องจากข้อจำกัดของโควิด-19

 

อุทยานบางแห่งตัดนอแรดบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ แต่ก็ไม่ได้หยุดการลักลอบล่าเสมอไป เนื่องจากนอบางส่วนยังคงอยู่ และก็งอกกลับคืนมา

นักอนุรักษ์แห่งแอฟริกาใต้ วอนรัฐบาลเปิดทางขายนอแรด