ทึ่งชาวนากุ้งชาวตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ใช้ภูมิปัญญาทำหุ่นไล่นกกระยางและนกกาน้ำ ศัตรูกุ้งก้ามกราม ที่บินโฉบลงมาจับกินกินกุ้งในบ่อได้รับความเสียหาย ถือเป็นการทำหุ่นและทำหน้าที่ รปภ.รักษาบ่อกุ้งอย่างง่าย และได้ผลดีเกินคาด

13  กันยายน 2564 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ของชาวนากุ้งในเขต ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ แหล่งเลี้ยงกุ้งแปลงใหญ่ ในช่วงเริ่มเปิดตลาดค้าขายกุ้ง  ภายหลัง ศบค.ปลดล็อกร้านค้า ร้านอาหาร ช่วงสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และเริ่มจะมีออเดอร์จากพ่อค้าคนกลางและแหล่งรับซื้อต่างจังหวัดเข้ามาเป็นระยะ ส่งผลให้ชาวนากุ้งหรือผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งเริ่มมีความหวัง ที่จะได้จำหน่ายกุ้งอีกครั้ง  ในขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีผู้เลี้ยงกุ้งบางรายประสบปัญหาศัตรูกุ้งรบกวนมีนกมากินกุ้งที่เลี้ยงไว้ โดยเฉพาะนายสุขใจและนางคำจันทร์ วงษ์สมศรี 2 สามีภรรยา ชาวนากุ้งบ้านโพธิ์ศรี หมู่ 10 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามกราม 20 ไร่ จำนวน 12 บ่อ ซึ่งกำลังตรวจเช็คความหนาแน่นของกุ้งในบ่อ เพื่อที่จะขุนอาหารให้เพียงพอและโตทันจับจำหน่ายในช่วงนี้  แต่กลับประสบกับปัญหาใหม่ โดยระบุว่ามีนกเจ่าหรือนกกระยางและนกกาน้ำ  อพยพเข้ามาจับกินกุ้งในบ่อ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

เกษตรกรนำภูมิปัญญาทำหุ่นไล่นกกาน้ำศัตรูกินกุ้งก้ามกราม

นางคำจันทร์ วงษ์สมศรี อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู่ 10 บ้านโพธิ์ศรี ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม กล่าวว่า  ตนเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมาตั้งแต่ปี 2545 ปัญหาที่เคยพบในการเลี้ยงกุ้งมีแหล่งน้ำ ที่บางปีไม่เพียงพอ คุณภาพของลุกกุ้งที่อัตราการเหลือรอดเพียง 70-80 %  แหล่งเพาะพันธุ์ลูกกุ้งและพ่อค้าคนกลางปรับราคาสูงขึ้นทุกปี นอกจากนี้ค่าอาหารเลี้ยงกุ้ง ก็ยังเพิ่มสูงอีกด้วย ในขณะที่ราคาจำหน่ายผลผลิตกุ้งจากบ่อยังเท่าเดิม คือ กก.ละ 250 บาท ทำให้ชาวนากุ้งหลายรายประสบปัญหาขาดทุน
 

นางคำจันทร์ กล่าวอีกว่า เลี้ยงกุ้งมาเกือบ 20 ปี ปัญหาน้ำ  ลูกกุ้ง และอาหาร ก็พอที่จะแก้ไขและปรับตัวตามสภาพได้  แต่ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นล่าสุดคือ ศัตรูกุ้งรบกวน เนื่องจากมีทั้งนกเจ่าหรือนกกระยาง และนกกาน้ำ ซึ่งมีลักษณะคล้ายนกเป็ด อพยพเข้ามาในพื้นที่ โฉบเข้ามาจับกินกุ้งในบ่อได้รับความเสียหาย โดยเริ่มเห็นอพยพเข้ามาเป็นฝูง ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่าคงจะจับกุ้งกินไปแล้วหลายกิโลกรัม

เกษตรกรนำภูมิปัญญาทำหุ่นไล่นกกาน้ำศัตรูกินกุ้งก้ามกราม

ด้านนายสุขใจ วงษ์สมศรี อายุ 69 ปี สามีนางคำจันทร์ กล่าวว่า นกเจ่าและนกกาน้ำเหล่านี้ จะปักหลักหากินอยู่บริเวณบ่อกุ้งของตน เนื่องจากติดกับลำน้ำปาว ใกล้เขื่อนลำปาว กลางคืนอาศัยอยู่ตามต้นไม้  โดยเวลากลางวันนกเจ่าจะเดินเลียบตามริมบ่อกุ้ง เพื่อจิกกินกุ้งที่ลอกคราบริมฝั่ง ขณะที่นกกาน้ำจะบินโฉบลงมา และดำน้ำลงไปจับกุ้งกินเป็นอาหาร ทำให้เกิดความเสียหาย จากการตรวจเช็คจำนวนกุ้งในบ่อลดหายไปทุกวัน ตนเลี้ยงกุ้งเพื่อจำหน่าย แต่กลับถูกนกเจ่าและนกกาน้ำมาจับกิน ก็ได้แต่รู้สึกเสียดาย
 

นายสุขใจ กล่าวอีกว่า การจะขับไล่หรือทำกับดักจับนกเจ่ากับนกกาน้ำ ดูจะเป็นเรื่องยาก เพราะเลี้ยงกุ้งหลายบ่อ ดูแลไม่ทั่วถึง บางวันมีธุระ ไม่ได้อยู่เฝ้าบ่อกุ้ง จึงเป็นโอกาสให้ศัตรูกุ้งลงจิกกินกุ้งในบ่อ ประกอบกับบ่อกุ้งของตนอยู่ติดกับลำน้ำปาว ซึ่งเป็นที่อาศัยของนกเหล่านี้ กุ้งในบ่อจึงกลายเป็นแหล่งอาหารของมัน จึงคิดหาวิธีการที่จะป้องกันศัตรูกุ้งเหล่านี้ คิดไปคิดมาก็นึกถึงสมัยทำนา เคยทำหุ่นไล่กาป้องกันนกกามาจิกกินรวงข้าว จึงทดลองทำหุ่นไล่นกขึ้นมา ซึ่งก็ได้ผลจริงๆ หลังจากทำหุ่นไล่นก โดยนำหุ่นไปวางไว้ทุกบ่อ นกเจ่าและนกกาน้ำก็ไม่เข้ามารบกวน

เกษตรกรนำภูมิปัญญาทำหุ่นไล่นกกาน้ำศัตรูกินกุ้งก้ามกราม

ทั้งนี้ หุ่นไล่นกที่ทำขึ้นนี้ทำแบบง่ายๆ วัสดุมีเพียงกล่องโฟมหรือแผ่นโฟม ที่น้ำหนักเบา ลอยน้ำได้ รวมทั้งถังน้ำ  ไม้ เสื้อผ้าเก่า  นำมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นหุ่น บางตัวอาจจะสวมหมวกให้บ้าง เพื่อความเหมือน หรือมองดูคล้ายคน บางตัวจะทำในท่ายืน เหมือนคนยืนแจวเรือ จากนั้นนำไปปล่อยให้ลอยน้ำในบ่อกุ้ง หุ่นบางตัวจะผูกเชือกกับเสาไม้กลางบ่อกุ้ง พอมีลมพัดมาหุ่นไล่นกก็จะลอยวนไปตามแรงลม การเคลื่อนไหวเหมือนคนนั่งพายเรือ นกเจ่าหรือนกกาน้ำบินมาเห็นก็ตกใจ เข้าใจว่าเป็นคน จึงไม่กล้าลงจับกุ้งกิน

 

อย่างไรก็ตาม จากการทำหุ่นไล่นกของนายสุขใจและนางคำจันทร์ดังกล่าว  ทำให้ชาวนากุ้งคนอื่นที่ประสบปัญหานกเจ่าและนกกาน้ำจับกุ้งกินเช่นเดียวกัน  มาดูตัวอย่างการทำหุ่นและก็นำไปเป็นแบบอย่าง  ถือเป็นการใช้ภูมิปัญญาทำหุ่น รปภ.รักษาบ่อกุ้งและไล่นกเจ่าและนกกาน้ำ ไม่ให้บินโฉบลงมาจิกกินกุ้งที่ได้ผลดีเกินคาด

โดย  – จักรพงษ์ ระวิวรรณ