ผบ.ตร.ส่งรถเคลื่อนที่คันแรก เร่งตรวจเชิงโควิดรุกทุกโรงพัก
10 ก.ย. 2564 | sitthichai_nak

"สุรพล อยู่นุช" ตรวจงานโครงการ ผบ.ตร. ส่งรถเคลื่อนที่ตรวจโควิด-19 เชิงรุกคันแรก นำร่องโครงการตรวจเชื้อโควิดเชิงรุกตามสถานีตำรวจ
ข่าว
10 ก.ย. 2564 | sitthichai_nak

"สุรพล อยู่นุช" ตรวจงานโครงการ ผบ.ตร. ส่งรถเคลื่อนที่ตรวจโควิด-19 เชิงรุกคันแรก นำร่องโครงการตรวจเชื้อโควิดเชิงรุกตามสถานีตำรวจ
วันที่ 10 กันยายน 2564 พล.ต.อ.สุรพล อยู่นุช ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ที่ปรึกษา ตร.) ติดตามความคืบหน้าโครงการรถเคลื่อนที่ตรวจโควิด-19 เชิงรุกคันแรก เป็นการนำร่องโครงการตรวจเชื้อโควิด-19 เชิงรุกที่ สน.พลับพลาไชย 1 และสน.พลับพลาไชย 2 เพื่อลดและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยังมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้าง
พล.ต.อ.สุรพล เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยสั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกสำหรับข้าราชการตำรวจและครอบครัวทั่วประเทศ และได้จัดสรรชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ให้กับทุกหน่วยครบตามจำนวนที่ร้องขอ โดยให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุดจึงได้จัดทำโครงการตรวจเชื้อโควิด-19 โดยรถเคลื่อนที่ขึ้นสำหรับใช้ในพื้นที่สถานีตำรวจบ้านพักข้าราชการตำรวจและแหล่งชุมชนในพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ส่งผลให้ข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และประชาชนในชุมชน สามารถเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที ลดการเจ็บป่วยอาการหนักหรือเสียชีวิต และคาดว่าข้าราชการตำรวจและครอบครัวจะมีการติดเชื้อในอัตราที่ลดลง
โดยรถตรวจเคลื่อนที่นี้จะเข้าไปตรวจถึงที่สถานีตำรวจในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว รวมถึงประชาชนที่อยู่ในชุมชนได้เข้าถึงการตรวจแบบทั่วถึงไม่ต้องเดินทางไกล นับว่าเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มารับบริการของสถานีตำรวจสำหรับรถตรวจเชื้อโควิค-19 เชิงรุกเคลื่อนที่มีทั้งหมด 10 คัน ซึ่งจะนำมาใช้ในการตรวจเชิงรุกตามสถานีตำรวจในกรุงเทพฯและปริมณฑล
พล.ต.อ.สุรพล กล่าวต่อว่า สำหรับการนำร่องในวันนี้มีข้าราชการตำรวจครอบครัวตำรวจและประชาชนในพื้นที่มาร่วมตรวจ รวมจำนวน 120 คน โดยแบ่งเป็นตำรวจจำนวน 60 คน ครอบครัวตำรวจ จำนวน 20 คนประชาชน จำนวน 40 คน ทั้งนี้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวตำรวจที่มีผลเป็นบวกจะถูกจัดส่งไปตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาลตำรวจ และรอผลเพื่อคัดแยกความรุนแรงของโรคโดยทางโรงพยาบาลตำรวจจะทำการเอกซเรย์ปอด จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ให้ผู้ป่วยกลับบ้านขณะรอผลตรวจซึ่งจะออกภายใน 24 ชั่วโมง
ในส่วนของประชาชนได้ติดต่อผู้นำชุมชน เพื่อประสานงานและนำเข้าสู่ระบบการรักษาตามสิทธิ์ของผู้ป่วย ทั้งนี้การตลอดกระบวนทาง ผบ.ตร. ได้เน้นในเรื่องหารให้บริการแบบ 3 เร็ว 1.ตรวจหาผู้ตอดเชื้อได้เร็ว 2.คัดแยกผู้ติดเชื้อได้เร็ว และ 3.ให้ยากับผู้ติดเชื้อได้เร็ว ถือเป็นการผลัดดัน และเป็นแนวทางให้กับผู้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะเดียวกัน ครอบครัวตำรวจที่ได้มีโอกาสเข้ารับการตรวจ ATK ในวันนี้ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าค่อนข้างเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก เพร่ะต้องเจอคนเยอะ และเข้าช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความลำบากตลอด มีโอกาสที่จะติดเชื้อสูง จะให้ไปตรวจที่อื่นก็ค่อนข้างยุ่งยาก และมีค้าใช้จ่าย การที่ทางผู้บังคับบัญชา เป็นความสำคัญของผู้ใต้บังคับบัญชา และมีรถเข้ามาตรวจแบบนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะหากติดเชื้อจะได้รักษาอย่างทันท่วงที แต่หากไม่ติดเชื้อก็เป็นการเพิ่มความมั่นใจในการทำงาน
ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการตรวจเชิงรุกทั่วประเทศโดยมียอดอยู่รวมทั้งหมด 77,378 ราย แยกเป็นข้าราชการตำรวจ จำนวน 66,415 ราย ครอบครัวตำรวจ จำนวน 8,987 ราย และประชาชนทั่วไปจำนวน 1,976 ราย มีการตรวจพบเชื้อทั้งหมด 287 ราย แยกเป็นข้าราชการตำรวจจำนวน 98 ราย ครอบครัวตำรวจ 146 ราย และประชาชนทั่วไป 43 ราย