จับตา!! การโหวตแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 ของที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยเฉพาะปมบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แนวทางนี้ผลประโยชน์เพื่อใคร??

การประชุมร่วมรัฐสภามีไฮไลน์สำคัญคือการโหวตแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 ที่อาจเปรียบเป็นการชี้ชะตาของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ 3 ป. ก็ว่าได้ เพราะการปรับระบบเลือกตั้งย่อมส่งผลต่อนักการเมือง พรรคการเมือง ที่จะช่วงชิงความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งเพื่อกลับเข้าสู่อำนาจ  

การแก้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แน่นอนว่ามีประโยชน์กับพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทย เพราะที่ผ่านมาได้ ส.ส. เขตมาเป็นกอบเป็นกำ แต่ถูกตัดตอน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

ขณะที่พรรคใหญ่อย่างพลังประชารัฐ ก็มั่นใจจากการเลือกตั้งซ่อมที่ชนะทุกครั้ง มีความพร้อมด้วยอำนาจรัฐ นโยบาย จึงคิดว่าสู้ได้แน่นอนหากกลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้งสองใบ และยังเป็นการลดการพึ่งพาเสียงของพรรคเล็กพรรคน้อย รวมถึงไม่ต้องใช้เสียง สว. ในอนาคต 

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์พรรคเก่าแก่ มีแฟนคลับมีฐานเสียง เชื่อว่าประชาชนอาจจะยังเลือกพรรคอยู่ จึงสนับสนุนแนวทางดังกล่าวเช่นกัน 

ด้านพรรภูมิใจไทย ที่แบะท่าปล่อยฟรีโหวต เห็นชัดเจนว่า ต้องการบัตรใบเดียว เพราะได้ประโยชน์ เช่น ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มหลายคน

ต่างจากบรรดาพรรคเล็ก แน่นอนว่ามีจุดยืนชัดเจนไม่เอาด้วย เพราะเสียประโยชน์ โดยอ้างว่าไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนตัวเล็กๆ เข้ามามีโอกาสทำงานในสภา รวมถึงล้มระบบ ส.ส.พึงมี ที่ถือเป็นระบบที่ยุติธรรมที่สุด 
จับตา!! โหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อใคร?

ขณะที่เสียง สว. ที่เดิมเหมือนว่าจะให้ผ่านไปง่ายๆ เพราะส่วนใหญ่โหวตรับหลักการเห็นชอบตั้งแต่วาระ 1 และ 2 แต่กลับมีสัญญาณแปลกๆ ออกมาให้เห็น ในทำนองอาจจะไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่เป็นนักการเมืองกับพรรคการเมืองต่างหากที่เป็นคนได้ผลประโยชน์อย่างแท้จริง และยังจะเป็นการย้อนระบบการเมืองให้กลับไปเป็นเผด็จการรัฐสภา   
 
และจากเหตุการณ์งัดข้อกลางสภาในศึกซักฟอกที่ผ่านมาเพื่อหวังล้ม “บิ๊กตู่” โดยมีกระแสข่าวขาใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐจะฮั้วกับพรรคเพื่อไทยแต่แผนแตก ทำให้ “บิ๊กตู่” สามารถผ่านพ้นสมรภูมินั้นมาได้ ทำให้ในการโหวตครั้งนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแผนด้วยการโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรืออาจจะไม่มีใครกล้าแตกแถว หลังบิ๊กตู่เชือดไก่ให้ลิงดูสั่งปลด 2 รัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรมเผ่า กับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ 

พล.อ.ประยุทธฺ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ร.อ.ธรรมนัส พรมเผ่า กับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์
 

อย่างไรก็ตาม การแก้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มีกระแสข่าวว่าเป็นความต้องการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เมื่อเกิดศึกกลางสภาขึ้น อาจจะทำให้ 3 ป. หวาดระแวง หากให้ผ่านจะเป็นการติดปีกให้ขาใหญ่ในพลังประชารัฐ สลับขั้วจับมือนายใหญ่แดนไกล กลับมายิ่งใหญ่ และมาคว่ำ 3 ป. ในอนาคตหรือไม่ ตามที่มีกระแสข่าวลือออกมา 
 
หากปล่อยให้มีการแก้บัตร 2 ใบ เพราะเชื่อว่าจะทำให้พรรคพลังประชารัฐใหญ่ขึ้น อาจจะเป็นการเสียค่าโง่ให้พรรคเพื่อไทยก็เป็นได้ เนื่องจากระยะหลังกระแสรัฐบาลและศรัทธาประชาชนไม่ดีเท่าที่ควร

และอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจมองข้ามไม่ได้ ในการที่รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ตัวแปรสำคัญยังอยู่ที่ 3 ป. ที่ต้องออกมาส่งสัญญาณให้กับ สว. ที่ทำคลอดมาเองกับมือในยุค คสช. ว่า จะให้ผลลัพธ์ออกไปในทิศทางไหน  
 
ดังนั้นจึงต้องจับตาการโหวตรัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 จะคว่ำหรือผ่านฉลุย แต่ไม่ว่าจะออกมาทางใด ก็ล้วนแต่เป็นการตกผลึกกันแล้วของบรรดา 3 ป. หากต้องการอยู่ในอำนาจต่อต้องเลือกแนวทางที่คิดว่าเกิดประโยชน์กับพรรคพวกตัวเองมากที่สุด หรือหากไม่ผ่านขึ้นมาจริงๆ พรรคพลังประชารัฐก็ยังได้ประโยชน์และได้เปรียบทางการเมือง จากกติกาเดิมในเลือกตั้งครั้งหน้า และเมื่อรู้ว่าตัวเองได้เปรียบชัดๆ ก็ไม่มีเหตุผลอื่นที่จะเปลี่ยนแปลง นอกจากมีความมั่นใจตัวเองเกินร้อยว่าสู้พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยได้แน่นอน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ