เรื่องราวการปลดรัฐมนตรี 2 คน และเป็นขุนพลข้างกาย "ลุงป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องนี้ บางคนก็อาจจะไม่รู้เช่นกัน
"บิ๊กป้อม" ได้ตอบคำถามสื่อในช่วงเช้า "ไม่นั่ง มท.1 พ่วงดึง ฉัตรชัย พรหมเลิศ รมช.มท. ย้ำนายก ไม่มีปรับครม. ถอนหายใจใส่สื่อฯ หลังเจอคำถาม 3ป. ยังกลมเกลียวหรือไม่ ยืนยัน พปชร. มีกลุ่มกลุ่มเดียว ตนเองดูแลอยู่"
"บิ๊กป้อม" พูดย้ำนายกไม่ปรับครม.รอบที่ 2 เหมือนเป็นนัยว่า "อย่าปรับๆ"
มีรายงานข่าวว่าเมื่อ 17.00 น. นายกฯ บุกไปหารือกับ "บิ๊กป้อม" เรื่องของการปราบกบฏ รอบนี้ มีนัยยะซ้อนเร้น ทำไมถึงปราบกบฏ?
เหตุผลทำไมต้องเชือด
1. ผลโหวตสะท้อนยังไม่เหมาะสม
2. 3พรรคเล็กโหวตสวน
3. จะมีการปฏับิตการ แบล็คเมล์ ข่าวออกมาขณะนี้ว่ามี "มีเทปลับ" มีการพูดคุยกันของบางคน สะท้อนไปถึงเรื่องของการแจกกล้วย รวมไปถึงการใช้ส.ส.เพื่อไทย ในวันที่ 4 กันยายน กล่าวหานายกฯ
4. มีการเคลื่อนไหวในเรื่องของรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้เสียงแตก
5. มีปฏิบัติการยึดพรรคพลังประชารัฐ เขี่ย 2 ป (ป.ประยุทธ์ ป.ป๊อก)
คำถามคือ เมื่อเชือดแล้ว หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นี่คือข้อมูลภายในที่ออกมายืนยัน ว่าในพรรคพลังประชารัฐ มีส.ส.ทั้งหมด 118-119 คน ในกลุ่มเหล่านั้นเป็นกลุ่มของผู้กองธรรมนัส 13 คน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (กลุ่ม 3 มิตร) 8 คน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (หัวหน้าพรรค) 15 คน ทั้ง 26 คน
ในส่วนของส.ส. 120 กว่าคน ครึ่งนึงเป็นพวก "นกแล" กลุ่มที่ไม่มีกลุ่ม ส่วนที่เหลือ อีก 60 คน แบ่งเป็น 4-5 กลุ่ม
หากถอดขุนพลข้างกายบิ๊กป้อม ออกไป จะเป็นการ "ถอดอำนาจ" ของบิ๊กป้อมหรือไม่ สิ่งที่ตามมาจะมีการปรับใหญ่สองอย่าง 1.ปรับครม. และ2.ปรับในพลังประชารัฐ
นายกได้ประกาศชัดว่าจะไม่มีการปรับครม. เพราะสองคนนั้นคือรัฐมนตรีช่วยว่าการ ไม่ต้องปรับครม.เพราะสามารถทำงานได้ แต่รอให้ทุกอย่างสงบแล้วค่อยปรับคณะรัฐมนตรี รอลุ้นว่าปรับใหญ่หรือปรับเล็ก
มีข้อมูลเล็ดลอดออกมา จะมีการปรับใหญ่ เพราะเป็น "เดอะลาส ซามูไร" ที่ต้องดูเงื่อนไข 3ป. พี่น้อง "เลือดข้นกว่าน้ำ" หรือไม่ มท.1 จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากจะให้บิ๊กป๊อก ขึ้นมาเป็นรองนายกฯ ในขณะนี้บิ๊กป๊อก ได้ดูแลอยู่หลายฝ่าย จะต่างจากบิ๊กป้อม เป็นรองนายก เพราะไม่ค่อยได้คุมส่วนอื่น หากเกมนี้เป็นจริงแสดงว่าเป็นการประนีประนอมต่อบิ๊กป้อม แต่หากไม่ออกเกมนี้แสดงว่า นายกรัฐมนตรี จะเข้าไปดูแลพรรคพลังประชารัฐแบบ Close up มากขึ้น ภายใต้แรงหนุนของพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา
เพราะฉะนั้นตำแหน่งของเลขาธิการพรรค และโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งขณะนี้ที่เห็นได้ชัดคือการลดบทบาทของขุนพลข้างกายของบิ๊กป้อม
จากนี้อำนาจจะถูกกระชับมาอยู่กับนายกรัฐมนตรี
ในวันพรุ่งนี้ 10 กันยายน ยังมีอีกศึกสำคัญของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องมาลุ้นกันต่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กติกาบัตรสองใบนั้นจะผ่านหรือไม่ ซึ่งมีผลกระทบทั้งสองด้าน เป็นโจทย์ใหญ่ให้นายกฯ หาทางออก
ทางออกทั้งหมดอยู่ในคืนนี้ว่าระหว่างพี่และน้อง จะพูดเสียงเดียวกันหรือไม่ จะถูกส่งผ่านไปยังส.ว. ถ้าส.ว.โหวตรวมกันเป็นเสียงเดียวเมื่อไหร่ แสดงว่าพี่และน้อง พ้องเดียวกัน ถ้าแตกพ่ายกันเมื่อไหร่ แสดงว่าเกมการเมืองหลังจากนี้ ระทึกอย่างแน่นอน