วันนี้ นกกาแตกรัง หลังสึนามิทางการเมือง เกิดปรากฏการณ์ "เชือดกบฏ" เป็นการเชือดกบฏ ที่ต้องบอกว่าแม้แต่คนในพรรค หรือทีมงานผู้กองธรรมนัส (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ก็ไม่มีใครรู้ว่าวันนี้จะมีการเชือดกบฏ เป็นปฏิบัติการพิเศษในสถานการณ์พิเศษ

9 กันยายน 2564 การประชุมพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ ใช้ที่ประชุมรัฐสภา บรรยากาศราบรื่น และเมื่อช่วงบ่ายโมงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมรองนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในการประชุม ลุ่มน้ำโขง ซึ่งยังไม่มีใครระแคะระคาย จนกระทั่ง “ผู้กองธรรมนัส ยื่นหนังสือลาออก” ที่รัฐสภา

เชือดกบฎ"ธรรมนัส นฤมล"2ขุนพลข้างกาย"ลุงป้อม"

หลังจากที่ผู้กองธรรมนัส ยื่นหนังสือลาออกได้เพียง 1 นาทีต่อมา มีราชกิจจานุเบกษา ประกาศออกไปว่า นายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ ให้รัฐมนตรี 2 คนพ้นจากตำแหน่ง คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน 

สำหรับผู้กองธรรมัส ยังถือว่าเป็น "เสือไว้ลาย" ชิงลาออกก่อน 1 นาที แสดงว่ารู้มาก่อนหรือไม่ ? 

ความหมายคือ เชือด 2 ขุนพลข้างกายของลุงป้อม ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ธรรมดา

คำถามคือทำไม 2 คน ทำไม่ใช่ 3 คน เพราะ 3 ช. อีกคนคือ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีข่าวลือว่ายังไม่ถึงขั้นปลดเพราะว่าไปมอบตัวตั้งแต่คืนวันศุกร์ แต่อย่างไรก็ตาม ยังถือว่าไม่แน่นอน

อะไรที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ "ปลดกลางอากาศ" 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า บอกว่า "จะกลับไปทำงานส.ส.ที่บ้าน อยู่ตรงนี้แล้วอึดอัด"

มีคนจำคำพูด ร.อ.ธรรมนัส ก่อนหน้าโน้น เคยบอกว่า "เป็นคนไม่แค้น...แต่จำนาน”

ทางฝั่งของ พลเอกประยุทธ์ ก็เป็นนักสู้ ไม่ยอมใครง่าย ๆ และร้ายกว่านั้น ตั้งแต่หนุ่มจนปัจจุบัน "ไม่ยอมให้ใครชกหน้าฟรี" จึงเกิดเหตุการณ์ในวันนี้คือ "เชือดกบฏ" 

การเมืองวันนี้ ต้องบอกว่า ปรอทแตก หลายคนสงสัยทำไมต้องเป็น “กบฏ” เพราะถ้ายึดอำนาจไม่สำเร็จ เวลาทำการรัฐประหาร หรือเปลี่ยนแปลงผู้นำ ถ้าทำสำเร็จเรียกว่า "รัฐประหาร" แต่ถ้าทำไม่สำเร็จเขาเรียกว่า "กบฏ" เมื่อทำไม่สำเร็จจึงถูกเชือด 

เมื่อวันที่ 4 กกันยา ที่ผ่านมา ในการโหวตญัตติ #อภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการกระทำที่ไม่สำเร็จ

 

ปรากฏการณ์หลังจากมีการ #อภิปรายไม้ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี มีข้อเสนอไปก่อนหน้านี้ ว่าจะมีการ "แช่แข็งรัฐมนตรี" ที่เป็นเลขาธิการพรรค ที่กุมเสียงส.ส.อยู่ประมาณ 30 คน และกุมแนวทางในการต่อสู้ทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ

ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ทำไมตอนแรกถึงคิดจะ "แช่แข็ง" และตอนหลังจัดการ "เชือด" เรื่องนี้มีเหตุและผล

 

บุคคลที่เกี่ยวข้องได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ ท่านแรกผู้กองธรรมนัส ได้ออกมาแถลงลาออกก่อนราชกิจจานุเบกษา 1 นาที เป็นการแถลงและชี้แจงบอกว่า “จะไปทำงานการเมืองในฐานะส.ส. และจะไปทำพะเยาโมเดลให้เกิดขึ้น รู้สึกอึดอัดใจการบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์จึงขอกลับไปอยู่จุดเดิมเป็นเพียงส.ส.พะเยา เลือกทางเดินด้วยตัวเองต้องการ ทำการเมืองเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ใช่มารองรับหรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม"

คนที่จะอธิบายปรากฏเหตุการณ์นี้ได้ดีที่สุดคือ พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า "ท่านเคยพูดของท่านอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ว่าท่านไม่เป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็นแต่ส.ส.ช่วยประชาชนได้ก็ช่วยกัน ทำงานมาโดยตลอด เดี๋ยวก็คงเป็นเรื่องของพรรคไปหารือกันว่าจะเอาอย่างไร แต่ยืนยันงานทุกงานไม่มีหยุดยั้ง มีคนทำงานให้อยู่แล้ว"

 

เรื่องราวการปลดรัฐมนตรี 2 คน และเป็นขุนพลข้างกาย "ลุงป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องนี้ บางคนก็อาจจะไม่รู้เช่นกัน 

"บิ๊กป้อม" ได้ตอบคำถามสื่อในช่วงเช้า "ไม่นั่ง มท.1 พ่วงดึง ฉัตรชัย พรหมเลิศ รมช.มท. ย้ำนายก ไม่มีปรับครม. ถอนหายใจใส่สื่อฯ หลังเจอคำถาม 3ป. ยังกลมเกลียวหรือไม่ ยืนยัน พปชร. มีกลุ่มกลุ่มเดียว ตนเองดูแลอยู่" 

"บิ๊กป้อม" พูดย้ำนายกไม่ปรับครม.รอบที่ 2 เหมือนเป็นนัยว่า "อย่าปรับๆ"  

มีรายงานข่าวว่าเมื่อ 17.00 น. นายกฯ บุกไปหารือกับ "บิ๊กป้อม" เรื่องของการปราบกบฏ รอบนี้ มีนัยยะซ้อนเร้น ทำไมถึงปราบกบฏ?

เชือดกบฎ"ธรรมนัส นฤมล"2ขุนพลข้างกาย"ลุงป้อม"

เหตุผลทำไมต้องเชือด 
1. ผลโหวตสะท้อนยังไม่เหมาะสม
2. 3พรรคเล็กโหวตสวน
3. จะมีการปฏับิตการ แบล็คเมล์ ข่าวออกมาขณะนี้ว่ามี "มีเทปลับ" มีการพูดคุยกันของบางคน สะท้อนไปถึงเรื่องของการแจกกล้วย รวมไปถึงการใช้ส.ส.เพื่อไทย ในวันที่ 4 กันยายน กล่าวหานายกฯ 
4. มีการเคลื่อนไหวในเรื่องของรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้เสียงแตก
5. มีปฏิบัติการยึดพรรคพลังประชารัฐ เขี่ย 2 ป (ป.ประยุทธ์ ป.ป๊อก) 

คำถามคือ เมื่อเชือดแล้ว หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นี่คือข้อมูลภายในที่ออกมายืนยัน ว่าในพรรคพลังประชารัฐ มีส.ส.ทั้งหมด 118-119 คน ในกลุ่มเหล่านั้นเป็นกลุ่มของผู้กองธรรมนัส 13 คน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (กลุ่ม 3 มิตร) 8 คน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (หัวหน้าพรรค) 15 คน ทั้ง 26 คน

ในส่วนของส.ส. 120 กว่าคน ครึ่งนึงเป็นพวก "นกแล" กลุ่มที่ไม่มีกลุ่ม ส่วนที่เหลือ อีก 60 คน แบ่งเป็น 4-5 กลุ่ม 

หากถอดขุนพลข้างกายบิ๊กป้อม ออกไป จะเป็นการ "ถอดอำนาจ" ของบิ๊กป้อมหรือไม่ สิ่งที่ตามมาจะมีการปรับใหญ่สองอย่าง 1.ปรับครม. และ2.ปรับในพลังประชารัฐ 

นายกได้ประกาศชัดว่าจะไม่มีการปรับครม. เพราะสองคนนั้นคือรัฐมนตรีช่วยว่าการ ไม่ต้องปรับครม.เพราะสามารถทำงานได้ แต่รอให้ทุกอย่างสงบแล้วค่อยปรับคณะรัฐมนตรี รอลุ้นว่าปรับใหญ่หรือปรับเล็ก

มีข้อมูลเล็ดลอดออกมา จะมีการปรับใหญ่ เพราะเป็น "เดอะลาส ซามูไร" ที่ต้องดูเงื่อนไข 3ป. พี่น้อง "เลือดข้นกว่าน้ำ" หรือไม่ มท.1 จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากจะให้บิ๊กป๊อก ขึ้นมาเป็นรองนายกฯ ในขณะนี้บิ๊กป๊อก ได้ดูแลอยู่หลายฝ่าย จะต่างจากบิ๊กป้อม เป็นรองนายก เพราะไม่ค่อยได้คุมส่วนอื่น หากเกมนี้เป็นจริงแสดงว่าเป็นการประนีประนอมต่อบิ๊กป้อม แต่หากไม่ออกเกมนี้แสดงว่า นายกรัฐมนตรี จะเข้าไปดูแลพรรคพลังประชารัฐแบบ Close up มากขึ้น ภายใต้แรงหนุนของพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา 

เชือดกบฎ"ธรรมนัส นฤมล"2ขุนพลข้างกาย"ลุงป้อม"

เพราะฉะนั้นตำแหน่งของเลขาธิการพรรค และโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งขณะนี้ที่เห็นได้ชัดคือการลดบทบาทของขุนพลข้างกายของบิ๊กป้อม

จากนี้อำนาจจะถูกกระชับมาอยู่กับนายกรัฐมนตรี 

ในวันพรุ่งนี้ 10 กันยายน ยังมีอีกศึกสำคัญของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องมาลุ้นกันต่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กติกาบัตรสองใบนั้นจะผ่านหรือไม่ ซึ่งมีผลกระทบทั้งสองด้าน เป็นโจทย์ใหญ่ให้นายกฯ หาทางออก 

ทางออกทั้งหมดอยู่ในคืนนี้ว่าระหว่างพี่และน้อง จะพูดเสียงเดียวกันหรือไม่ จะถูกส่งผ่านไปยังส.ว. ถ้าส.ว.โหวตรวมกันเป็นเสียงเดียวเมื่อไหร่ แสดงว่าพี่และน้อง พ้องเดียวกัน ถ้าแตกพ่ายกันเมื่อไหร่ แสดงว่าเกมการเมืองหลังจากนี้ ระทึกอย่างแน่นอน