จากคำให้การของ นายอาผะ ชายชาวเมียนมา วัย 44 ปี ผู้ต้องสงสัย ที่ยอมเปิดปากกับตำรวจว่า เป็นผู้นำตัว “น้องจีน่า” ไปทิ้งไว้ปากถ้ำ บนเขา ห่างจากบ้านเพียง 3 กิโลเมตร โดยอ้างว่าเป็นการนำตัวไปถวายให้เจ้าป่าเจ้าเขา
วันที่ 8 กันยายน 2564 นายกฤษณะ โชติสุทธิ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรพม่าศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวด้วยความแปลกใจว่า ปัจจุบัน ความเชื่อของคนเมียนมา ไม่มีคำว่า บูชายัญ มานานมากแล้ว เพราะการนำชีวิตไม่ว่าคน หรือสัตว์ไปใช้ในพิธีกรรม ถือเป็นความเชื่อนอกรีต ถูกรัฐบาลปราบปรามไปตั้งแต่สมัยพุกาม จึงค่อนข้างชัดเจนว่า คนที่พูดว่า อุ้มเด็กไป บูชายัญ จึงไม่น่าใช่ชาวเมียนมา จริงๆ แต่อาจเป็นชนชาติพันธุ์ใด ชาติพันธุ์หนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในประเทศเมียนมา
ทุกวันนี้ การเซ่นไหว้ ส่วนใหญ่เป็นการใช้สิ่งของมากกว่า เช่น การจุดธูป เทียน เซ่นไหว้ดวงวิญญาณ สิ่งเหนือธรรมชาติ หรืออย่างมากที่สุดกับชนเผ่าในพื้นที่ราบสูง เช่น กะเหรี่ยงแดง ใช้กระดูกไก่ที่ตายทั้งเป็น นำมาเปรียบเทียบลักษณะ กระดูกขา ที่นำมาวาง 2 ข้างคู่กัน เพื่อทำนายอนาคต
ตอนนี้ผมไม่รู้ว่า คนที่อ้างการบูชายัญ เป็นใคร มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ไหน ถึงระบุได้ชัด ก็ไม่น่าเชื่อว่าเป็นความจริง เพราะความเชื่อทำนองนี้แทบไม่เหลือให้เห็นอีกแล้ว สุดท้ายที่ต้องพิสูจน์ คงเป็นสภาพจิตใจ ที่คงพอทำให้เรามองไปที่ประเด็นการหาประโยชน์จากตัวเด็ก
"ปัจจุบัน ความเชื่อของคนเมียนมา ไม่มีคำว่า บูชายัญ มานานมากแล้ว เพราะการนำชีวิตไม่ว่าคน หรือสัตว์ไปใช้ในพิธีกรรม ถือเป็นความเชื่อนอกรีต ถูกรัฐบาลปราบปรามไปตั้งแต่สมัยพุกาม"