“เพื่อไทย” ไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ขออย่าได้เกิดในยุคผู้นำโง่ ค้าความตาย ไม่เห็นหัวประชาชน ซัด ค่าส่วนต่างซื้อซิโนแวค ส่อทุจริต วอน นายกฯ แจงหลักฐาน อย่างอ้างแต่สวดมนต์ทุกวัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

2 กันยายน 2564 น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่คู่ควร ที่จะให้สภาอันทรงเกียรติมาอภิปรายไม่ไว้วางใจถึงสามครั้ง และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะพล.อ.ประยุทธ์ เป็นบิดาแห่งเผด็จการแห่งราชการรวมศูนย์เคยชิน แต่การรวบอำนาจล่าสุดรวมอำนาจและกฎหมายทั้งหมดมาไว้ด้วยตัวเองในการบริหารสถานการณ์โควิด อำนาจต้องมาพร้อมความสามารถและความรับผิดชอบ 

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความสามารถ ไม่มีการวางแผนรองรับสถานการณ์ จนสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจประเทศพัง ข้อสั่งการมตินายกฯ กลายเป็นเพียงแค่วาทะกรรมที่เชื่อถือไม่ได้ กลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่บริหารประเทศด้วยนโยบายกลืนน้ำลายตัวเอง 

 

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ฉลาดอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เรื่องไหนที่คนสงสัยและมีหลักฐานมัดตัวก็จะไม่ตอบเอง เพราะรู้ว่าตัวเองไม่เหลือเครดิตอะไร แล้วให้ข้าราชการมาแถลงข่าวตอบคำถามแทน ส่วนตัวเองตอบเพียงสวดมนต์ทุกวัน ไม่มีวันโกง จึงถามว่าเคยได้ยินคำว่ามือถือสากปากถือศีลหรือไม่ ประชาชนอยากรู้ทั้งประเทศว่าทุจริตจริงหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำก็ต้องงัดหลักฐานมา ชี้แจงไม่ใช่อ้างว่าสวดมนต์ทุกวัน

 

ส่วนมติคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ ที่ให้ความเห็นถึงการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด โดยระบุว่าให้จัดซื้อยี่ห้ออื่นที่มีคุณภาพควบคู่กันไปแต่ปรากฏว่ามติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการซื้อวัคซีนซิโนแวคทั้งหมด แสดงถึงพฤติกรรมที่ไม่ตรงไปตรงมาและส่อไปในทางทุจริต

ขณะเดียวกัน บริษัทวัคซีนซิโนแวคยังเคยมีประวัติการติดสินบนหน่วยงานรัฐ จึงอดคิด ไม่ได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ และพวกไม่ยอมซื้อวัคซีนจากสหรัฐอเมริกาอย่าง โมเดิร์นนา ไฟเซอร์ Johnson & Johnson ตั้งแต่แรกเพราะไม่ได้เงินทอน ไม่ได้ค่าคอมมิชชั่นใช่หรือไม่ เพราะสหรัฐฯ มีกฎหมายที่ห้ามบริษัทนายหน้า หรือตัวแทนในสหรัฐอเมริกาจ่ายค่าสินบน เพราะเหตุนี้ใช่หรือไม่ที่ไม่ยอมซื้อกับบริษัทเหล่านี้ตั้งแต่แรก และถามว่าจะให้คิดว่าการซื้อวัคซีนซิโนแวคบริสุทธิ์ผุดผ่องได้อย่างไร 

 

"ราคาสั่งซื้อและการรับมอบวัคซีนซิโนแวค ที่ราคาตามคณะรัฐมนตรี อนุมัติ 18.5 ล้านโดส เป็นเงิน 5,562 ล้านบาทเศษ ราคาจัดซื้อจริง 3,959 ล้านบาทเศษ คิดเป็นเงินส่วนต่างประมาณ 1,600 ล้านบาทเศษ จึงสงสัยว่าเป็นเงินทอน ซึ่งนายกฯ และนายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ยังไม่เคยชี้แจงประเด็นนี้" น.ส.จิราพร กล่าว

 

นอกจากนี้ ประเด็นข้อสั่งการนายกฯ ให้จัดหาชุดตรวจ ATK ผ่าน WHO ในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด ที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนลงนามเห็นชอบเสนอต่อครมว.ด้วยตัวเอง แต่กลับโกหกกลางสภาฯ ว่าไม่เคยสั่งการ และยังได้ยกหนังสือกระทรวงสาธารณสุข ที่แจ้งความเสียหายต่อระบบสาธารณสุขหากไม่ได้รับวัคซีนทันกาล ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 400,000 ล้านบาท เงินไว้ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2563 

"แต่วันนี้เกิดการระบาดระลอก 3 และ 4 ที่รุนแรงกว่าเดิม และมูลค่าความเสียหายในวันนี้ประเมินค่าไม่ได้ เป็นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบ การที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศสละเงินเดือนสามเดือนเพื่อช่วยโควิดนั้น ต่อให้เป็นเงินเดือนทั้งชีวิต ก็เทียบไม่ได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะเงินจำนวนนี้ไม่เพียงพอที่จะชดเชย ความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งประเทศ" น.ส.จิราพร ระบุ

 

อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะระดมวัคซีนทุกยี่ห้อเข้ามา ประกาศผ่อนคลายมาตรการแต่วันนี้ (2ก.ย.) สายไปแล้ว ไม่สามารถลบล้างความผิดที่ทำไว้ เพราะราคาที่ประชาชนต้องจ่าย เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจ ต้องแลกด้วยชีวิตคนไทยที่ต้องเสียให้กับผู้นำ ที่ไร้ความรู้ความสามารถ คนไทยต้องตาย ให้กับความโง่ของผู้นำ แม้ไม่ได้ลงมือฆ่าแต่ปล่อยให้ตาย

 

ทั้งนี้ ขอไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 พร้อมกล่าวว่า "หากชาติหน้ามีจริง ขออย่าให้คนเหล่านี้ ได้เกิดมาในยุคที่มีรัฐประหาร อย่าได้มาเกิดในยุคที่มีผู้นำชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่าได้มาเกิดในยุคของผู้นำที่ขาดความรับผิดชอบ โอหังคลั่งอำนาจ ไม่เห็นหัวประชาชน ยุคที่ผู้นำค้าความตาย หากินบนซากศพ และคราบน้ำตาของประชาชน และที่สำคัญอย่าได้มาเกิดในยุคที่ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด"