ด.ต.มงคล เสมอเชื้อ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า ระหว่างที่ทำการออกตรวจตามปกติ เวลาประมาณ 0.00 น.ของคืนวันที่ 30 ส.ค.2564 พบว่ามีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันดื่มสุรา ในพื้นที่ของลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จึงได้ร่วมกับ ด.ต.พันธ์ศักดิ์ บุญโต ได้ร่วมกันเข้าห้ามปรามตักเตือน บอกให้วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวแยกย้ายกลับบ้าน เนื่องจากว่าเป็นยามวิกาลและเป็นการฝ่าฝืนคำส่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19
หลังจากว่ากล่าวตักเตือน จู่ๆกลุ่มวัยรุ่นได้ลุกขึ้นมาด่าทอ ต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายหลายคำ อ้างว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพที่จะดื่มสุราตรงไหนก็ได้ เป็นอำนาจประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมชูนิ้วกลางใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนเองจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองเชียงใหม่ มาช่วยกันจับกุมตัววัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว มาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่
ด้าน พ.ต.ท.มนัสชัย อินทร์เถื่อน รองผกก.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่า กลุ่มคนดังกล่าวรวมตัวกันส่งเสียงดังบริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ มีผู้ต้องหาคือ นายพึ่งบุญ ใจเย็น พร้อมกับนายญานวุฒิ ณฤวัฒน์จขจร ,น.ส.ธัญญา เลิศพงษ์ไทย , นายกิตติพันธ์ เจริญสุข,นายกัณทรากร ลาภเวที,นายณัฎวีร์ องอาจ และ น.ส.สกาวเดือน แก้วมิ่ง นั่งล้อมวงดื่มสุราเปิดเพลงเสียงดัง โดยพบขวดสุราไทย 35 ดีกรี 1 ขวด วางอยู่บริเวณบนม้านั่งที่เกิดเหตุและพยายามเก็บซ่อนไว้ในถุงหิ้วสีขาวอีกขวดหนึ่ง เจ้าหน้าจึงเข้าไปว่ากล่าวตักเตือนและขอให้แยกย้ายกลับบ้าน เนื่องจากเป็นยามวิกาล รบกวนชาวบ้าน และ อยู่ในช่วงของการควบคุมโรคติดต่อของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่