การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันพรุ่งนี้จากเหตุที่ฝ่ายค้านอ้างถึงการบริหารงานที่ผิดพลาด โดยเฉพาะวิกฤตโควิด 19 การกระจายวัคซีนไม่ทั่วถึง เกิดคำถามถึงความไม่โปร่งใส และเหลื่อมล้ำ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน

ซึ่งประเด็นสำคัญในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นเรื่องการบริหารจัดการสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ผิดพลาดซ้ำซากของรัฐบาล เป็นสาเหตุทำให้ประชาชนยากลำบากและปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบของบุคคลในรัฐบาลรวมไปถึงบริวารแวดล้อม 

 

โดยรัฐมนตรีที่จะถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีทั้งสิ้น 6 คน ได้แก่ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 5 คน โดยจะอภิปรายตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม- 3 กันยายน และลงมติในวันที่ 4 กันยายน 

 

ด้านความคิดเห็นของประชาชนมองว่าเป็นเรื่องดีที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้อภิปราย แต่หลังจบการอภิปรายครั้งนี้สถานการณ์การเมืองไทยก็น่าจะยังเหมือนเดิม และประชาชนนั้นยังรู้สึกไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ประชาชนต้องการวัคซีนที่ดีและเพียงพอกับประชาชนทุกคน

ไม่ เชื่อมั่น รัฐ-การเมืองไร้การเปลี่ยนแปลง

ขณะที่ผลสํารวจความต้องการของคนไทยในยุคโควิด-19 ของสวนดุสิตโพล พบว่า ภาพรวมความต้องการของประชาชน อยากให้รัฐบาลเร่งควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ให้ได้โดยเร็ว ด้วยการนําเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงและฉีดให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง เพราะมองว่าวัคซีนจะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิต ได้ปกติและเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ หากรัฐบาลเร่งดําเนินการแก้ปัญหาตามความต้องการของประชาชนครั้งนี้ ก็จะส่งผลให้ประเทศไทยฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้เร็วขึ้น

 

ผลโพลสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่ประชาชนสมหวังเป็นเพียงการแจกจ่ายสิ่งของและเงินช่วยเหลือ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และการช่วยเหลือส่วนใหญ่ก็มาจาก ภาคประชาชนด้วยกันเอง ประชาชนจึงผิดหวังต่อการแก้ไขปัญหาของภาครัฐที่ขาดความจริงใจ และไม่รับฟังความคิดเห็น ของประชาชน เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม

 

ภาครัฐจึงต้องเร่งดําเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการให้ มากที่สุด โดยเริ่มจากความจริงใจ รับฟังความคิดเห็น มีแผนที่ชัดเจนทั้งแผนการป้องกัน แผนการดูแลรักษา และแผนการ ฟื้นฟู สื่อสารไปยังประชาชนได้เข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น จึงจะนําไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงกับความต้องการ ที่แท้จริง