ภญ.สุณีรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มุมมองเภสัชกรร้านยาเรายินดีที่จะใช้วิชาชีพของเราช่วยเหลือรัฐและชุมชนแม้ จะอยู่ร้านยาแต่เราไม่ใช่แค่คนที่ซื้อมาขายไป เราสามารถส่งมอบการใช้ยา และแนวทางการดูแลคนไข้ได้เต็มที่ เสมือน เป็นห้องยาเล็กๆของโรงพยาบาล ซึ่งค่าตอบแทนจากบริการ ถ้าเราจะคิดแค่ในเชิงธุรกิจก็ไม่ได้คุ้มค่ามากแต่สิ่งที่เราคิด และได้คือความภูมิใจมากกว่า เพราะได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและระบบสุขภาพ
ปัจจุบัน จ.ชลบุรี มีผู้ป่วยร่วมโครงการประมาณ 800 ราย มีร้านยาเครือข่ายของ รพ.ชลบุรี27 ร้าน ภญ.สุณี รัตน์ เล่าว่า ที่ร้านดูแลผู้ป่วยประมาณ 300ราย ระยะแรกผู้ป่วยยังกังวลในบริการที่อาจไม่เหมือนโรงพยาบาล แต่สิ่งที่ เภสัชกรของร้านมีให้ คือ ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยมารับยาแล้วเราบอกว่าต้องกินอย่างไร แต่ก่อนจ่ายยาเรามีการวัดความดัน ซักถามประเมินอาการ และที่เราให้มากกว่ายาคือ แนวทางปรับพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ลดผลไม้ที่ให้ค่าน้ำตาลสูง
โดยทุกเดือนเราได้ติดตามผลเมื่อผู้ป่วยน้ำหนักลดลง ค่าน้ำตาลดี ความดันปกติเราก็รู้สึกสุขใจ เหมือนเป็นติวเตอร์ให้ผู้ป่วย ที่ผู้ป่วยสามารถรับคำปรึกษาจากเภสัชได้นานขึ้น หรือกรณีผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องกินยาทุกวัน ยาบางตัวอาจจะไม่เห็น ผลทันที จึงทำให้ผู้ป่วยหยุดยาเองซึ่งอาจส่งผลกับการกำเริบของโรคและปริมาณยาที่เหลือเยอะขึ้น ซึ่งจะแนะนำให้กิน ยาต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หากหยุดยาจะเกิดอันตราย เช่นเกิดอัมพาตได้กรณีแบบนี้เราต้องโทร ไปติดตามการใช้ยาร่วมด้วย ความใกล้ชิดลักษณะนี้ ผู้ป่วยบางรายกล้าเปิดใจกับเรามากขึ้น เราจะเข้าใจปัจจัยต่างๆ เกี่ยวกับผู้ป่วยซึ่งเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการใช้ยาและการดูแลรักษาโรคให้ดีขึ้นด้วย นอกจากนั้น ในสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ร้านยายังมีบทบาทสำคัญในเรื่องต่างๆ