“คนมีสี” และ “คนในแวดวงราชการ” บางส่วน มีความเชื่อในเรื่องนี้ โดยมีสโลแกนที่รู้กันในวงการว่า...
“สายโลหิต ศิษย์ข้างเคียง เสบียงหลังบ้าน กราบกรานสอพลอ ล่อไข่แดง แกร่งวิชา ถลามาเอง”
ความหมายของสโลแกนนี้ ตีความหมาย ได้ดังนี้
- สายโลหิต ระบบเส้นสายและอุปถัมภ์ ก็คือช่วยพี่น้อง ลูกหลานตัวเอง
- ศิษย์ข้างเคียง คือการอุ้มชูลูกศิษย์ลูกหาคนสนิท
- เสบียงหลังบ้าน คือพฤติการณ์ส่งส่วย ดูแลเมียนาย
- กราบกรานสอพลอ อันนี้มีความหมายตรงตัว
- ล่อไข่แดง คือคบหากับลูกสาวนาย
- แกร่งวิชา คือ ฝึกปรือการกระทำหมิ่นเหม่นอกกฎหมายจนช่ำชอง ซึ่งจะมีผลประโยชน์ล่อใจ และถลามาเอง ก็คือถ้าทำได้แบบนี้ ทั้งยศ ตำแหน่ง โชคลาภ วาสนา จะไหลมาเอง
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้สรุปว่า “ผู้กำกับโจ้” มีค่านิยมแบบนี้ แต่นี่คือแนวคิดและพฤติกรรมของผู้ที่จะประสบความสำเร็จในระบบราชการไทยที่เลือกใช้แนวทาง “เส้นสาย-ไต่เต้า” ซึ่งบางคนก็ “ไต่เต้า” กันจริงๆ เลย ด้วยการคบหากับ “ลูกสาวเจ้านาย” และรูปแบบการเติบโตในชีวิตราชการแบบนี้อยู่จริง ไม่ได้มีแต่ในละคร หรือภาพยนตร์