ว่ากันว่าจากคอนเนกชันธุรกิจสีเทา "ผกก.โจ้" เห็นโอกาสทำมาหากินกับ “รถหรู และซูเปอร์คาร์” แบบที่ใครก็คาดไม่ถึง โดยเริ่มจากเลือกรถหรูที่ฝั่งมาเลเซียที่มีราคาถูกกว่าไทยเยอะ ยกตัวอย่าง BMW ราคาอยู่ที่ประมาณ 4 แสน ลงทุนซื้อที่มาเลเซียแล้วลักลอบเอาเข้าไทย จากนั้นทำทีปั้นคดีว่า “จับรถ” เจอรถต้องสงสัยนำเข้าผิดกฎหมาย แต่ไม่เจอผู้ต้องหา
คดีแบบนี้ปลายทางรถจะถูกส่งให้ศุลกากร เพื่อนำสู่ออกขายทอดตลาดด้วยวิธีประมูล สมมติว่า BMW คันดังกล่าว ประมูลได้ในราคา 2 ล้าน สิ่งที่ ผกก.โจ้ จะได้ตามมา คือ 1.รางวัลนำจับ 2.ค่าสายข่าว ทั้งสองส่วนนี้คิดเป็น 45% ของราคา 2 ล้าน หรือ 900,000 ทันที
เท่ากับว่า รถ BMW คันนี้ หักทุน 400,000 บาทแล้ว "ผกก.โจ้" จะได้กำไร 500,000 บาท ว่ากันว่ามีการทำลักษณะนี้หลายครั้ง มีรถหรู-สปอร์ตคาร์ หลายยี่ห้อ ด้วยวิธีลงทุนเอง จับเอง ส่งศุลกากร บางคันจะเก็บไว้ใช้เอง ก็ฮั้วกับเจ้าหน้าที่กรมศุลฯ ปล่อยราคาถูกๆ หรือถอดอะไหล่ ถอดอุปกรณ์บางอย่างออกให้ราคาตก โดยช่วงพีกๆ กรมศุลฯ จัดประมูลรถลักษณะอย่างนี้ทุกเดือน เดือนหนึ่งก็ราวๆ 400 คัน ว่ากันว่า เป็นรถในเครือข่ายของ ผกก.โจ้ เสียครึ่งหนึ่ง
คำนวณดูเอาว่า แต่ละเดือน “ผู้กำกับโจ้” จะมีรายได้เท่าไหร่ ? แถมเป็นเงินที่ถูกกฎหมาย เพราะเป็นรางวัลนำจับ และค่าสายข่าว ที่ศุลกากรต้องจ่ายตามกฎ รวยไม่รวยก็ถึงขนาดเคยอ้างกับอดีตแฟนสาวที่เป็นดาราว่า พร้อมจะยกเงินที่ซุกไว้กว่า 230 ล้านบาทให้โดยไม่เสียดาย