svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"บิ๊กสีกากี" ระดมทีม "เฉพาะกิจ" เก็บ "ค่าตั๋ว" สถานบันเทิง!

มาที่ประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายในฟากฝั่งสีกากี ซึ่งหลายคนอาจจะจดจ่อกับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผู้บังคับการ-สารวัตร ประจำปี 2563 ที่ "บิ๊กปั๊ด" พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เลื่อนไทม์ไลน์ให้มีผลบังคับใช้วันที่ 22 ธันวาคม 2563 นี้ แต่วันนี้ "เนชั่น ทีวี" มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการโยกย้ายของบิ๊กตำรวจระดับผู้การรายหนึ่ง ซึ่งเพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งไปเมื่อเดือนกันยายที่ผ่านมา

 อย่างที่หลายคนทราบกันดีกว่าอาชีพ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"ไม่สามารถกำหนดชีวิตการทำงานของตัวเองได้เพราะอาจต้องถูกโยกย้ายไปตามพื้นที่ต่างๆที่ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งให้หรือแม้แต่กรณีที่เรามักได้ยินข่าวลือว่าเกี่ยกับการ "วิ่งเต้น"โยกย้ายตำแหน่งกันจนฝุ่นตลบ

 

\"บิ๊กสีกากี\" ระดมทีม \"เฉพาะกิจ\" เก็บ \"ค่าตั๋ว\" สถานบันเทิง!

           

            ล่าสุด มีกระแสข่าวว่าอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร ซึ่งเคยอยู่ในภาคอีสาน และเคยเป็นข่าวโด่งดังเกี่ยวกับสนามบินแห่งหนึ่งโดยปัจจุบันได้ย้ายตำแหน่งจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสานไปคุมเก้าอี้ในหน่วยงานอย่าง "กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว"แถมมีอำนาจใหญ่โตกว่าเดิม จากเดิมที่เคยคุมแค่จังหวัดใหญ่จังหวัดเดียว กลายเป็นว่าได้ดูแลหน่วยงานในสังกัดตำรวจท่องเที่ยวแถบภูธรหลายจังหวัด

           

            รายงานข่าวระบุว่าบิ๊กสีกากีรายนี้ ได้ระดมกึ่งบังคับลูกน้อง ให้เข้ามาร่วม "ทีมเฉพาะกิจ" ออกเก็บ "ค่าตั๋ว ค่าต๋ง" จากสถานประกอบการยามค่ำคืนทั้งๆที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ไม่ได้มีหน้างานรับผิดชอบ แต่กลับสั่งให้ลูกน้องไปออกตรวจสถานบันเทิงทั้งรายใหญ่รายน้อย

 

หากสถานบันเทิงไหนไม่ยอมร่วมมือก็สั่งให้ลูกน้องเข้าไปตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยว เพื่อหายอด "ตั๋ว" เพื่อทิ้งทวนให้กับตัวเองโดยบิ๊กสีกากีรายนี้ เหลืออายุราชการอีกประมาณ 2 ปี แถมมีกระแสข่าวลือว่า ปัจจุบันทีมเฉพาะกิจของผู้การรายนี้ ออกอาละวาดหนักในพื้นที่ภาคอีสานใต้ ซึ่งว่ากันว่า นายตำรวจระดับบิ๊กรายนี้เคย "เสียรายได้" เมื่อครั้งเจอมรสุมช่วง"พิษโควิด" กลางสนามบินจนกลายเป็นข่าวโด่งดัง

"เนชั่นทีวี" ได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงในจังหวัดทางอีสานใต้ ระบุว่า ตนเองเป็นผู้ประกอบการสถานบันเทิงแห่งหนึ่งและเคยต้องจ่ายค่าตั๋วให้กับผู้การรายนี้ด้วย โดยจะมีการแบ่งระดับของสถานประกอบการก็คือ หากเป็นสถานประกอบการขนาดใหญ่ จะอยู่ที่ 2 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งราคานี้ถือว่าเป็นเรทราคาที่บิ๊กตำรวจรายนี้เคยได้รับเมื่อครั้งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรส่วนหากเป็นสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กจะอยู่ระดับหลักพันบาท

โดยเมื่อบิ๊กตำรวจรายนี้ ได้ย้ายไปนั่งเก้าอี้ใหญ่กว่าเดิมมีอาณาเขตที่กว้างขวางในแถบภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง เขาก็ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาโดยสั่งการให้ลูกน้อง ก็คือ สารวัตรสืบสวนท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่เช่น นครราชสีมา อุบลราชธานี หรือแม้แต่หนองคาย ออกลาดตระเวนเก็บ "ค่าตั๋ว ค่าต๋ง" ในราคาหลักพันบาทถึงหลักหมื่นบาทหากลูกน้องคนไหนไม่ยอมปฏิบัติภารกิจลับนี้ ก็จะโดนสั่งย้าย เช่นสารวัตรสืบสวนจะถูกย้ายไป แล้วเอาสารวัตรอำนวยการทำหน้าที่แทน

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตนสงสัยว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวมีหน้าที่ในการเข้าไปตรวจจับสถานบันเทิงหรือแม้กระทั่งตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวได้หรือไม่เพราะเคยมีสถานประกอบการบางแห่งไม่ยอมจ่ายค่า "ค่าตั๋วค่าต๋ง" ในราคาที่พอใจก็จะถูกบิ๊กตำรวจรายนี้ สั่งลูกน้องให้เข้ามาตรวจทันทีโดยที่ลูกน้องหลายคนไม่ได้ยินยอมที่จะทำเรื่องนี้เลย