2. กลุ่มที่รถถูกยึดไปไม่นาน รถยังไม่ถูกขายทอดตลาด ถ้าเป็นรถที่ใช้ทำมาหากิน รวมทั้งกรณีที่ได้จ่ายค่างวดไปมากระดับหนึ่ง สามารถที่จะขอไกล่เกลี่ยเพื่อรับรถคืน โดยแนวการไกล่เกลี่ยส่วนนี้คือผู้ให้เช่าซื้อจะยอมให้รับรถที่ยึดมากลับไป โดยจะให้ผ่อนชำระหนี้ต่อจากที่หยุดไป และจะคิดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มจากค่างวดที่ค้างชำระเท่านั้น ซึ่งจะไม่มาก และ 3. กลุ่มที่รถถูกขายทอดตลาดไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถตกลงกับเจ้าหนี้เกี่ยวกับจำนวนหนี้เช่าซื้อส่วนขาดที่เจ้าหนี้เรียกร้องให้ชำระเพิ่มเติม ก็สามารถใช้ช่องทางของงานมหกรรมครั้งนี้เจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ โดยยอดหนี้ที่ต้องชำระหนี้เพิ่มจะคำนวณโดยวิธีที่เป็นธรรม และสามารถผ่อนชำระหนี้ส่วนนี้ได้นาน 3 ปีโดยไม่มีดอกเบี้ย
“ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานศาลยุติธรรม และ ธปท. ได้จัดทำโปรแกรมการคำนวณสำหรับผู้ที่มีปัญหาติ่งหนี้ สามารถเข้าไปเช็คเบื้องต้นได้ง่ายๆว่ามีภาระหนี้เหลือสักเท่าไหร่ที่เว็บไซต์ของ สคบ. หรือ www.ocpb.go.th/debt/ โดยเชื่อว่าความโปร่งใสที่มีมากขึ้นจะทำให้เจ้าหนี้และลูกหนี้สามารถหาข้อยุติได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น สมประโยชน์ทั้งลูกหนี้และผู้ให้บริการเช่าซื้อ”
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของผู้ให้เช่าซื้อทั้ง 12 แห่งที่ร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อรถยนต์ แต่ได้รับความเดือดร้อน ประสบปัญหาจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด 19 ก็สามารถยื่นขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางทางด่วนแก้หนี้ ของ ธปท. ที่ https://www.1213.or.th/App/DebtCase ซึ่ง ธปท. จะเป็นคนกลางในการส่งคำขอไกล่เกลี่ยหนี้ไปที่เจ้าหนี้ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป