นายกรัฐมนตรี ไฟเขียว นบข. เดินหน้าประกันรายได้ข้าวปี 3 วงเงิน 1.8 แสนล้าน ช่วยชาวนามีรายได้ช่วงโควิด เตรียมเคาะจ่ายงวดแรก 15 ต.ค.นี้ พร้อมสั่ง "ธ.ก.ส." โอนตรงเข้าบัญชี ภายใน 3 วันทำการ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

23 สิงหาคม 2564 นายสุเทพ คงมาก นายกิตติมศักดิ์สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม นบข.ได้มีมติโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่1 โดยกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา  ดังนี้..

 

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาประกันรายได้ 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน 
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ (ข้าวหอมจังหวัด) ราคาประกันรายได้ 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน
  • ข้าวเปลือกเจ้า ราคาประกันรายได้ 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาประกันรายได้ 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน
  • ข้าวเปลือกเหนียว ราคาประกันรายได้ 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

 

ชาวนาเฮ! "ลุงตู่" นั่งหัวโต๊ะ นบข. เคาะประกันรายได้ข้าวปี 3 วงเงิน 1.8 แสนลบ.

ทั้งนี้ราคาความชื้นไม่เกิน 15% ไม่เกินครัวเรือนละ 40 ไร่ ยกเว้น ข้าวเจ้า  ไม่เกิน 50 ไร่ โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าว

 

"เกษตรกร" ผู้มีสิทธิได้รับการชดเชย ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหลังปลูก 15-60 วัน  ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน  ถึง 31 ตุลาคม 2564 และภาคใต้ วันที่ 16 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565  งวดแรกจ่ายวันที่ 15 ตุลาคม โดยมีทั้งหมด 33 งวด ซึ่งงวดสุดท้ายวันที่ 27 พ.ค. 2563 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ  "ธ.ก.ส." จ่ายเงินส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ภายใน 3 วันทำการ

 

ทั้งนี้เงินค่าชดเชยประกันราคาข้าว 89,306.39 ล้านบาท เนื่องจากราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงจากผลกระทบภัยแล้ง ประกอบกับการส่งออกชะลอตัวจากถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงส่งผลทำให้เกิดภาระงบประมาณเพิ่มมากขึ้น จากส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายและราคาตลาดปัจจุบัน จึงมอบหมายให้กรมการค้าภายในประสานข้อมูลกับภาระงบประมามาณกับกระทรวงการคลัง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ก่อนนำเสนอ นบข.พิจารณาและนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

 

ชาวนาเฮ! "ลุงตู่" นั่งหัวโต๊ะ นบข. เคาะประกันรายได้ข้าวปี 3 วงเงิน 1.8 แสนลบ.

 

พร้อมทั้งออกมาตรการคู่ขนานพยุงราคาข้าว 

  1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี วงเงิน 26,255.38ลบ. จ่ายขาด 5,853.48 ลบ.
  2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าโดยสถาบันเกษตรกร วงเงิน 15,562.50ลบ. จ่ายขาด 562.50 ลบ.
  3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก วงเงิน 540 ลบ.
  4. โครงการส่งเสริมผลักดันการส่งออกข้าว วงเงิน 810 ลบ. รักษาเสถียรภาพราคาข้าว
  5. โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 เป้าหมาย 4.69 ล้านครัวเรือน ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ อัตราไร่ละ  1000  บาท วงเงินงบประมาณ 54,972.72 ลบ.

 

รวมเม็ดเงินทั้งสิ้น  (ประกันราคาข้าว+โครงการคู่ขนาน) 187,446.49 ล้านบาท เป้าหมายชาวนา 4.6 ล้านครัวเรือน

 

นายสุเทพ  กล่าวว่า ต้องขอขอบพระคุณนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ นบข.ที่เห็นใจชาวนา อนุมัติโครงการประกันรายได้ในครั้งนี้ บวกกับโครงการคู่ขนาน ยังให้ความมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีรักชาวนา และขอบคุณกระทรวงพาณิชย๋ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงทุกคนที่ช่วยเหลือทำโครงการให้กับชาวนาในครั้งนี้ ชาวนาเองก็สัญญาจะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นด้วย

 

ชาวนาเฮ! "ลุงตู่" นั่งหัวโต๊ะ นบข. เคาะประกันรายได้ข้าวปี 3 วงเงิน 1.8 แสนลบ.

 

สอดคล้องกับ นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ก็ต้องขอขอบพระคุณนายกรัฐมนตรีที่เห็นแก่พี่น้องชาวนา  ช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง ที่ทำให้โครงการนี้ยังยืนราคาประกันเท่าเดิม รวมทั้งเงินช่วยเหลือชาวนา กล่าวคือ โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 เป้าหมาย 4.69 ล้านครัวเรือน ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ อัตราไร่ละ  1000  บาท วงเงินงบประมาณ 54,972.72 ลบ. ได้สำเร็จ

 

นับว่าเป็นผลงานของสมาคมที่อยู่เบื้องหลังในการช่วยเหลือชาวนาทั้งประเทศ เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันโครงการนี้สำเร็จ ที่ต้องชี้แจงเพราะที่ผ่านสมาคมโดนโต้ว่าต่อขานทำให้ชาวนาหลายคนคลางแคลงใจบทบาทของสมาคม ก็ต้องยอมรับว่าทำงานจริง แต่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์มากนัก แต่หากนับจากนี้ไป มีอะไรมีความคืบหน้าทางรัฐบาลติดต่อเพื่อช่วยเหลือที่สมาคมร้องขอไปจะแจ้งเป็นระยะๆ ให้ทราบกันถ้วนหน้า

 

ขอบคุณข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ