ด้านรัฐบาลยังยืนยันแนวทางการทำให้ผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ต่อไป เห็นได้จากกรณีการกักตัวครูในมลฑลเจียงซีเป็นเวลา 15 วัน หลังแสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดการอยู่ร่วมกับไวรัส
แต่ในแวดวงนักวิชาการบางส่วนก็ออกมาปกป้องจางเหวินหงเช่นกัน โดยศาสตราจารย์วรรณคดีของจีน หยางเฟิง ออกมาบอกว่า “แบบนี้ใครจะยังกล้าพูดความจริง? ใครจะกล้าออกมาวิจารณ์? ในวันหน้าใครจะกล้าออกมาทำตามจรรยาบรรณวิชาชีพอีก?” รวมถึงผู้ใช้เว่ยป๋อบางส่วนยังออกมาบอกว่า แบบนี้มันไม่ต่างจากยุคการปฏิวัติวัฒนธรรม ไม่ว่านักวิทยาศาสตร์, ปัญญาชน หรือศิลปินพูดอะไรขัดหูเข้าหน่อยก็ถูกโจมตี ทำร้าย และดูหมิ่นแบบนี้
นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรก ความเกรี้ยวกราดของกลุ่มชาตินิยมสุดโต่งในจีน ทำร้ายผู้ที่เป็นกลางหรือมีแนวคิดเสรีนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ กับจางเหวินหงเองก็เช่นกัน ปีที่แล้วเขาก็เพิ่งถูกต่อว่าเพียงเพราะแนะนำให้เด็กกินไข่และนมเป็นอาหารเช้าเพื่อเสริมโปรตีน แทนที่จะเป็นโจ๊กแบบอาหารจีน
ภายหลังการหายเงียบไปกว่าสามอาทิตย์ ที่สุด จางเหวินหง ก็โพสต์ข้อความลงเว่ยป๋ออีกครั้ง บอกว่าเขาไม่ได้ถูกดดันให้เงียบและที่ออกมาแสดงตัวเพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง แต่การกลับมาครั้งนี้เจ้าตัวเปลี่ยนท่าที โดยหันมายอมรับกลยุทธ์การควบคุมโรคระบาดในประเทศจีนว่า “เป็นแนวทางที่เหมาะสมกับประเทศเราที่สุด”