เนชั่นทีวี

ข่าว

ร้านนวด-สปา ปิด 90% ฟ้องรัฐเรียก 200 ล้าน

18 ส.ค. 2564 | donraporn_dis

ร้านนวด-สปา ปิด 90% ฟ้องรัฐเรียก 200 ล้าน

การระบาดของโควิดในประเทศไทย หนึ่งในกิจการที่ถูกสั่งปิดทุกครั้งคือ ร้านนวด และทุกครั้งที่ถูกสั่งปิด ภาครัฐไม่ได้มีมาตรการเยียวยาแต่อย่างใด ซึ่งในขณะที่ปิดร้านนั้น ร้านยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากมาย

จากข้อมูลของสมาคมสปาไทย พบว่า มูลค่าตลาดสปาและนวดแผนไทยอยู่ที่ 30,000 ล้านบาทต่อปี ความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ต้องปิดชั่วคราว จึงเห็นผู้ประกอบการธุรกิจสปาและนวดแผนไทยปิดตัวถาวรแล้วกว่า 80% ซึ่งทำให้พนักงานตกงานไปแล้วมากกว่า 2 แสนคน ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการณ์ว่าอุตสาหกรรมธุรกิจบริการสุขภาพมีมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีแรงงานรวมกว่า 3.5 แสนคน และปัจจุบันตกงานกว่า 80% หลังโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจนี้

 

นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย พิทักษ์ โยธา ระบุ กลุ่มผู้ประกอบการร้านนวดได้รับผลกระทบจากนโยบายสั่งปิดกิจการร้านนวดตั้งแต่ปี 2563 และถูกสั่งปิดต่อเนื่องทุกครั้งของการล็อกดาวน์ ซึ่งร้านนวดไม่เคยเป็นสถานที่เสี่ยง และไม่เคยมีผู้ติดเชื้อเกิดขึ้นเป็นคลัสเตอร์ แต่รัฐก็ยังสั่งปิดร้านนวดทุกครั้ง จนผู้ประกอบการบางรายต้องปิดกิจการ จนถึงขณะนี้ยังไม่รับการเยียวยาจากภาครัฐ ที่ผ่านมาได้เรียกร้องไปยังรัฐบาลแล้วหลายครั้งแต่ไม่ได้รับการเยียวยา จนล่าสุดกลุ่มผู้ประกอบการได้ฟ้องร้องศาลแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายจากภาครัฐเป็นเงินจำนวน 200 ล้านบาท เนื่องจากคำสั่งของรัฐทำให้ผู้ประกอบการมีภาระหนี้สิน สิ้นเนื้อประดาตัว
 

สำหรับข้อเรียกร้องเร่งด่วนที่ผู้ประกอบการร้านนวด-สปา อยากให้ภาครัฐเร่งรัดมากที่สุดตอนนี้มาตรการพักชำระหนี้โดยมีเงื่อนไขผ่อนปรนมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการไปติดต่อธนาคารแล้วแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทำให้ยังต้องชำระหนี้แต่รายได้เป็นศูนย์

 

นอกจากนี้ ภาครัฐต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มร้านนวดโดยเร็ว เนื่องจากที่ผ่านมาได้ส่งเรียกร้องของวัคซีนไปหลายครั้ง จนขณะนี้ฉีดไปได้เพียง 270 คนเท่านั้น จากรายชื่อที่ส่งไป 2,800 คน หากภาครัฐบอกว่ากลุ่มร้านนวดเป็นกลุ่มเสี่ยงก็ต้องรีบจัดสรรวัคซีนมาฉีดโดยเร็วที่สุด

 

ส่วนการปรับตัวของทางร้านจารวี ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเปิดร้านได้ตามปกตินั้น ทางร้านได้หันมาขายกาแฟ ซื้อแฟรนไชส์ซาลาเปามาขายที่หน้าร้านนวดแทน รวมถึงขายทางออนไลน์ เพื่อหารายได้ทดแทน เป็นค่าเช่าที่ ค่าจ้างพนักงาน แต่ยอดขายก็ไม่ดีนักจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา กำลังซื้อลดลง แต่ทางร้านก็พยายามประคับประคองธุรกิจต่อไปให้ได้นานที่สุดเพื่อให้พนักงานมีงานทำถึงแม้จะไม่ได้กำไร เพื่อต่อสู้ในภาวะวิกฤตินี้ ซึ่งหากภาครัฐยังไม่มีมาตรการใดๆมาช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านคงจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 1-2 เดือนนี้ ที่ผู้ประกอบการจะล้มหายตายจากไป
 

ข่าวล่าสุด