โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ผ่องไทย) พนันเอาทรัพย์สินกันจริง ซึ่งมี นางสำเนา สินจนสูตร อายุ 61 ปี เป็นผู้ดูแลจัดการสถานที่ และเชิญชวนนักพนันมาร่วมเล่น และเป็นผู้เรียกเก็บเงินค่าเล่นการพนันในแต่ละรอบที่มีการได้เสียเอาเงินกัน (ค่าต๋อง) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสวี นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.สวี
แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ผ่องไทย) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมั่วสุมฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือประกาศหรือคำสั่ง ที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค และร่วมกันขัดคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมกลุ่มนักพนันภายในบ้านหลังดังกล่าวนั้น นายบุยก้อง หรือปลัดก้อง ศรีสงคราม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ได้ว่ากล่าวตักเตือนลักษณะไม่พอใจ สวดยับนักพนันทั้งหมดซึ่งมีอายุตั้งแต่ 49-68 ปี ที่ทุกคนฝ่าฝืนกฎหมายและฝ่าฝืนคำสั่งของทางอำเภอ และเมื่อนำตัวไปยังที่ว่าการอำเภอสวีแล้วก็ยังถูกนายอำเภอสวี นายศิลปชัย เรือนสูง ตักเตือนซ้ำอีก โดยกำชับให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้บุคคลอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ทั้งที่ตนเคยออกหนังสือเป็นคำสั่งให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวดแล้ว แต่ก็ยังมีการลักลอบเล่นพนันกันอีก//
ภาพ/ข่าว...ประสิทธิ์ ลีฬหคุณากร / ชุมพร