ผลวิจัยประเมินความต้องการใช้ “ฟาวิพิราเวียร์” รักษาโควิด-19 แบ่งตามภาวะแพร่ระบาด 3 รูปแบบ "ดี มี ประสิทธิภาพ - ควบคุมได้ดี แต่ยังมีการระบาด - ไม่มีอะไรดีขึ้น" ส่อวิกฤตขาดแคลน เหตุขั้นต่ำ 15 ล้านเม็ดต่อเดือน แต่ราคาสูงกว่า 100 บาท เทียบผู้ป่วย 1 คนต้องรับยาไม่น้อยกว่า 75 เม็ด

ผศ.ดร.อนุภาพ สมบูรณ์สวัสดี อาจารย์ประจำภาควิชาสถิติ ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาและวิจัยทางสถิติ ภาควิชาสถิติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า งานวิจัยนี้ ใช้ข้อมูลตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ถึง 18 กรกฎาคม ที่ผ่านม เพื่อคาดการณ์จำนวนการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ 3 แบบตามสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 คือ

 

 

1.Best แทนความหมายของสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด คือ ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างรัดกุม วัคซีนมีประสิทธิภาพ มาตรการคลอบคลุม ประชาชนให้ความร่วมมือ เราควรมียาฟาวิพิราเวียร์ ประมาณ 15,027,913 เม็ด

 

 

2.Better : สถานการณ์แพร่ระบาดระดับกลาง เราควรมียาฟาวิพิราเวียร์ ประมาณ 25,161,217 เม็ด

 

3.Base : การแพร่ระบาดไม่มีอะไรดีขึ้น เมื่อเทียบกับสถานการณ์เมื่อ มิถุนายน เราควรมียาฟาวิพิราเวียร์ ประมาณ 55,413,106 เม็ด

ผลวิจัยความต้องการยารักษาโควิด-19 ชี้ ส่อวิกฤติ

ส่วนสถานการณ์ที่แย่ไปกว่านี้ อาจารย์อานุภาพ กล่าวว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะ Max ที่มีการเสียชีวิตนับล้านคน ที่เชื่อว่า ก่อนจะถึงภาวะแบบร้ายแรงเช่นนี้ รัฐบาลประกาศมาตรการสกัดไว้ได้อย่างแน่นอน 

 

 

อาจารย์อานุภาพ กล่าวถึงกำลังการผลิตที่จะเกิดขึ้นในบ้านเราเองว่า ไม่น่าเพียงพอ จากที่ระบุไว้เพียง 5 แสนเม็ด เมื่อเทียบกับจำนวนยา ขั้นต่ำ 22 ล้านเม็ด แต่เชื่อว่ารัฐบาลสามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่ที่น่าตกใจ คือ ราคาที่สูงและมากกว่า 100 บาท ถือเป็นต้นทุนที่ไม่อาจรับมือกับกันทุกคน เพราะ ผู้ป่วย 1 คน อาจต้องรับประทานยา 75 – 99 เม็ด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อไวรัสที่เข้าสู่ร่างกาย