กรณ์ ประสาน กทม. นำศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 พรรคกล้าเข้าระบบ หวังช่วยคนละไม้คนละมือ ตัดวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ยันวัคซีนคือทางออกที่ดีที่สุด กังวลยาฟาวิพิราเวียร์ขาดตลาด แนะรัฐบาลเปิดทางให้เอกชนช่วยผลิตยาฯสมทบองค์การเภสัชฯ

3 สิงหาคม 2564 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ป่วยกับ พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ส่วนตัวเห็นด้วยกับการสร้างศูนย์พักคอยผู้ป่วยชุมชนเพื่อที่จะมีสถานที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในการแยกตัวไม่ให้แพร่เชื้อไปยังคนใกล้ชิด ในส่วนของพรรคฯ ได้ร่วมเปิดศูนย์พักคอยผู้ป่วยไปแล้ว 4 แห่ง คือ ชุมชนลาดพร้าว101 ชุมชนเทพลีลา ชุมชนวัดพระไกรสีห์ และชุมชนมัสยิดดารุ้ล อิบาดะห์ (สุเหร่าสามวา) รวมทั้งรณรงค์ชี้แจงถึงประโยชน์ของการมีศูนย์พักคอยให้แก่ชุมชนที่เหลือ 

 

ได้ประสานไปยังผู้ว่าฯกทม. ขอเชื่อมศูนย์พักคอยเข้าระบบของกทม. เป็นการช่วยกันคนละไม้คนละมือเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา หวังว่าจะตัดวงจรการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วขึ้น

สำหรับปัญหาประเด็นการฉีดวัคซีน ได้ให้กำลังใจกับผู้ว่าฯ ด้วยขณะนี้ตามรายงานระบุว่าประชากรในกรุงเทพฯ ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว50% ที่ผ่านมาอาจประสบปัญหาการเข้าไม่ถึงวัคซีนอย่างเพียงพอ ยังยืนยันว่าวัคซีนคือคำตอบที่ดีที่สุดและผู้ว่าฯก็ได้รับทราบถึงปัญหาแล้ว ซึ่งหากผู้ป่วยรายไหนที่ต้องการยาฟาวิพิราเวียร์ ก็ขอให้รีบแจ้งทางกทม.ทันที ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ตนเป็นกังวลด้วยเกรงว่าจะขาดตลาดเพราะมีความต้องการจำนวนมาก

 

อยากเสนอไปยังรัฐบาลว่าขอให้เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนสามารถผลิตยาเองได้เพื่อชดเชยกำลังการผลิตขององค์การเภสัชกรรมเพราะต่อไปในภายหน้าอาจมีความต้องการสูงถึงวันละ 1 ล้านเม็ด ดังที่ปรากฏก่อนหน้านี้ที่ทางองค์การเภสัชกรรมออกมาเตือนว่ายาใกล้หมด นั่นหมายถึงสัญญาณที่บ่งชี้ว่าระดับวิกฤตผู้ป่วยใกล้ถึงจุดสูงสุดหรือตัวเลขผู้ป่วยใหม่อาจอยู่ที่ราวๆ 20,000 คนต่อวัน