อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน พื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาพรวมสถานการณ์การติดเชื้อดีขึ้น

วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 30กรกฎาคม 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 810 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 743 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 67 ราย) รักษาหายเพิ่ม 375 ราย และเสียชีวิต 2 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อ
ที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 7,683 ราย (กลุ่มสีเขียว 83.3% สีเหลือง 16.3% และสีแดง 0.4%)

พบเรือนจำที่แพร่ระบาดเพิ่ม 1 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงเพิ่มขึ้นรวม 28 แห่ง เรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาดลดลงอยู่ที่ 107 แห่ง และสิ้นสุดการระบาดแล้ว 7 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 38,748 ราย หรือ 82.5% ของผู้ติดเชื้อสะสม 46,983 ราย เสียชีวิตสะสมรวม 60 ราย คิดเป็นอัตรา 0.1% สำหรับผู้เสียชีวิต 2 รายในวันนี้ เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางบางขวาง และเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี จากข้อมูลพบว่าเป็นผู้ป่วยสูงอายุ มีโรคประจำตัว และอาการอื่นร่วม ทำให้มีความรุนแรงของโรคมากกว่าปกติ ผู้ป่วยได้รับรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งเสียชีวิตลงในที่สุด กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย

 

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ของเรือนจำโดยรวม พบว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครดีขึ้น มีจำนวนผู้ติดเชื้อระหว่างรักษา 1,303 ราย ขณะที่ปริมณฑล 2,126 ราย และพื้นที่ต่างจังหวัด 4,254 ราย ทั้งนี้ ยังคงอยู่ระหว่างการเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมตามแนวทางสาธารณสุข คือ การคัดกรองรวดเร็ว (Early Detection) ตรวจวินิจฉัยรวดเร็ว (Early Diagnosis) รักษารวดเร็ว (Early Treatment) ซึ่งจะช่วยให้ควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว (Early Containment) ทั้งด้วยวิธี RT-PCR, Antigen Test Kit (ATK) และการเอกซเรย์ ที่ได้จัดส่งไปตามเรือนจำที่แพร่ระบาด พร้อมด้วยยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรเพื่อช่วยปฏิบัติงาน ภายใต้การประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลแม่ข่าย สำนักงานสาธารณสุข และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถควบคุมโรคและการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ “กรมราชทัณฑ์” กรุงเทพฯ สถานการณ์ดีขึ้น