ยังเป็นประเด็นต้องจับตาอยู่ สำหรับบุคคลที่จะรั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ แทน “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่จะเกษียนอายุราชการตัวเองก่อนเวลา ท่ามกลางกระแสข่าวเตรียมไปนั่งหัวหน้าพรรคการเมือง สาขา 3 ป. รวมทีมข้าราชการน้ำดี มารองรับสถานการณ์การเมืองพลิกผัน

แม้เรื่องการแต่งตั้งปลัดมหาดไทยคนใหม่ จะถูกเลื่อนพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้ง เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้ ครม. ต่างต้องทุ่มเวลาไปแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อประชาชน แต่ชื่อที่ยังยืนหนึ่งมาตลอดและไม่เปลี่ยน คือ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์โยก นายจตุพร นอกจากเป็นการข้ามห้วยแล้ว ยังทำลายขนบประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาของกระทรวงคลองหลอด ในการเอา “ลูกหม้อ” ขึ้นตำแหน่ง แต่ถ้าสืบประวัติ นายจตุพร จะทราบดีว่า ไม่ใช่คนอื่นไกล เพราะเคยรับราชการกระทรวงมหาดไทย โดยอยู่กรมการปกครอง ในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 


กระทั่งเลื่อนขั้นมาจนถึงซี 8 ก่อนโบยบินไปทำงานต่อยังกระทรวงทรัพย์ฯ และได้ดิบได้ดีมาจนวันนี้ ซึ่งบรรดาคอการเมืองหลายฝ่ายต่างทราบดี นอกจากสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น กับรุ่นพี่อย่าง “ปลัดฉิ่ง”  ที่เรียนร่วมรั้วจามจุรี เรื่อยมาจนถึงตบเท้าเข้ารับราชการในมหาดไทย โดยมีตำแหน่งซี 10 พร้อมกัน 

 

จตุพร บุรุษพัฒน์
 

แม้เป็นแรงขับสำคัญชั้นดีในการส่งข้ามห้วยแล้ว แต่อาจยังไม่เพียงพอดันให้ นายจตุพร จากอธิบดีกระทรวงทรัพย์ฯ มานั่งอธิบดีคลองหลอดได้โดยง่าย หากผู้ใหญ่จาก 2 เจ้ากระทรวง คือ มหาดไทย และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ตกลงปลงใจเห็นพ้อง หนทางก็ดูตีบตัน  


ซึ่งประเด็นนี้ รายงานข่าวระดับสูง แจ้งว่า นายจตุพร นอกจากมีบุคลิกอ่อนน้อม บวกกับความสามารถในการทำงานแล้ว โดยเฉพาะตลอดระยะเวลาอยู่กระทรวงทรัพย์ฯ ได้ฝากฝีไม้ลายมือ ด้วยการเป็นผู้ริ่เริ่มผลักดัน เรื่อง “คาร์บอนเครดิต” ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม โดยให้คนท้องถิ่นร่วมปลูกป่าสร้างรายได้ จนมีเสียงตอบรับถึงแนวคิดนี้เป็นอย่างดี

นอกจากแนวคิดการทำงานแล้ว นายจตุพร ก็ยังมีความสนิทสนมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเสนธิการทหารบก จนเป็นผู้บัญชาการทหารบก เพราะเคยร่วมงานกันตั้งแต่นายจตุพร เป็นรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ จนมานั่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

จตุพร บุรษพัฒน์ (คนกลาง)  


หากย้อนลึกลงไปอีก นายจตุพร ยังเคยร่วมงาน กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย คนปัจจุบัน สมัยยังเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ช่วงยึดอำนาจเมื่อปี 2549  ซึ่งมี นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตส.ส.เชียงราย พรรคไทยรักไทย เป็นรมว.กระทรวงทรัพย์ฯ ยุครัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ขณะเดียวกัน นายจตุพร ยังเคยทำหน้าที่ประสานงานกับมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในฐานะเป็นกรรมการ ส่วนประธานมูลนิธิฯ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ 


เมื่อมาดูแบล็คกราวเบื้องต้นเพียงเท่านี้ ก็ถือว่าสะดวกโยธิน กับการเข้ารับตำแหน่งปลัดมหาดไทย ประกอบกับ เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจสอบรายชื่อแคนดิเดตทั้งหมด พบว่า นายจตุพร ลอยลำเหนือคู่แข่ง ทั้งด้านการทำงาน ความรู้ความสามารถ และโดยเฉพาะผลงาน “คอร์บอนเครดิต” ที่จะนำไปช่วยเหลือประชาชน หากได้เข้ามานั่งปลัด เพราะกระทรวงมหาดไทย มีความเกี่ยวข้องกับท้องถิ่น


รายงานข่าวระดับสูงยังแจ้งด้วยว่า นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ประการสำคัญ ถือว่ามีคอนเน็คชั่นทางการเมือง ที่รู้จักบุคคลหลายฝ่าย ตั้งแต่สมัยรับราชการในต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ และยังเหลืออายุราชการอีก 4 ปี ซึ่งจะเกษียณปี 2568 เมื่อเทียบกับรายชื่อแคนดิเดตคนอื่นๆ 


อย่างไรก็ตาม รายงานข่างระดับสูง ระบุด้วยว่า ต้องจับตาวันประชุม ครม. 27 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ โดยคาดว่าจะมีการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ เข้าสู่วงพิจารณา

 

ผืนป่าแก่งกระจาน


นอกจากนี้ ยังถือเป็นจังหวะสอดรับกันแบบพอดิบพอดี เนื่องด้วยที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศจีน มีมติเสียงส่วนใหญ่ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ให้พื้นที่ป่าแก่งกระจานขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แน่นอนว่าเรื่องนี้ นายจตุพร ก็ถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แม้ก่อนหน้าติดปัญหาเรื่องชนพื้นเมืองด้านสิทธิมนุษยชน 


ซึ่งรมว.ทรัพย์ฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา ยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก จึงมีการเดินเครื่องเต็มที่ รวมถึงตัวนายจตุพร ดังนั้น จึงเป็นความประจวบเหมาะของโอกาสที่เรียงรายเข้ามาอย่างลงตัว


ทว่า รายงานข่าวระดับสูงยังแจ้งว่า ล่าสุด นายจตุพร ได้เข้าไปตอบกลุ่มไลน์เพื่อนร่วมรุ่น ถึงประเด็นการย้าย จากปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ ข้ามห้วย มานั่งปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่า “เป็นเพียงแค่ข่าวลือ ไม่ไปไหน”
 

สำหรับประวัติ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ 

  • เกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2507 อายุ 57 ปี 
  • จบรัฐศาสตรบัณฑิต การปกครอง จุฬาฯ ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต การปกครอง จุฬาฯ  และปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตการบริหารทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ม.เกษตรศาสตร์


ส่วนประวัติการทำงาน 

  • อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (2552 –2552) 
  • อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (2552 – 2553)
  • อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ (2553 – 2555)
  • อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2555 –2557)
  • อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ (2557 – 2558)
  • รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2558 –2559)
  • อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (2559 – 2560)
  • อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (2560 –2562)
  • ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2562 –ปัจจุบัน)