สำหรับ GT 200 เป็นเครื่องตรวจจับสสารระยะไกล ผลิตโดยบริษัท โกลบอล เทคนิคอล จำกัด สหราชอาณาจักร โดยบริษัทดังกล่าวอ้างว่า GT 200 สามารถตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยต่างๆ ได้ทั้งระเบิดและยาเสพติด ด้วยเหตุนี้กองทัพบก จึงจัดซื้อเครื่อง GT 200 เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจค้นหาระเบิดของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงปี 2550-2552 ซึ่งเกิดเหตุวางระเบิดบ่อยครั้ง
อย่างไรก็ดี เหตุระเบิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงเดือนตุลาคม 2552 นำมาซึ่งความเคลือบแคลงสงสัยถึงประสิทธิภาพในการค้นหาระเบิดของเครื่อง GT 200 โดยในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่อง GT 200 ว่าเกิดจากการที่เครื่องดังกล่าวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับสภาพร่างกายของผู้ใช้ เนื่องจากเครื่อง GT 200 ใช้ไฟฟ้าสถิตจากผู้ใช้เป็นกลไกหลักในการทำงาน หากผู้ใช้อ่อนเพลียย่อมส่งผลกระทบต่อความแม่นยำของเครื่องในการค้นหาวัตถุต้องสงสัย
การให้เหตุผลเช่นนี้นำไปสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานของเครื่อง ทั้งจากนักข่าวและประชาชนผู้สนใจ
เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้งคณะรัฐมนตรี กองทัพบก รวมถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยังคงเชื่อมั่นว่าเครื่อง GT 200 สามารถใช้งานได้ จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2553 ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ตรวจพิสูจน์เครื่อง ADE-651 ซึ่งเป็นเครื่องตรวจหาสสารลักษณะเดียวกันกับเครื่อง GT 200 และพบว่าไม่มีวงจรหรือโปรแกรมใดๆ ภายในอุปกรณ์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่เครื่องจะทำงานได้ ผลการทดสอบดังกล่าวทำให้รัฐบาลอังกฤษ แจ้งเตือนประเทศต่างๆ ที่ซื้อเครื่องตรวจหาสสารลักษณะนี้
นอกจากนี้ อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า เครื่อง GT 200 ไม่น่าจะใช้ค้นหาวัตถุระเบิดได้ และเสนอให้มีการทดสอบประสิทธิภาพการทำ งานของเครื่อง GT 200 ท้ายที่สุดจึงมีการทดสอบโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2553 พบว่า เครื่อง GT 200 ตรวจพบวัตถุระเบิดเพียง 4 ครั้ง จากการทดสอบ 20 ครั้ง ซึ่งไม่มากไปกว่าการตรวจหาโดยการสุ่ม
ผลการทดสอบนี้ทำ ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สั่งยกเลิกการจัดซื้อเครื่อง GT 200 เพิ่มเติม และให้หน่วยงานที่ใช้อยู่ทบทวนเรื่องการใช้งาน
ผลการทดสอบข้างต้นแสดงให้เห็นถึงปัญหาในการจัดซื้อเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์โดยมิได้ตรวจสอบการทำงานว่ามีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ส่งผลให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า
ทั้งนี้ ในช่วงที่เนคเทคทำการทดสอบ หน่วยงานภาครัฐได้มีการใช้เครื่อง GT 200 รวมถึงเครื่องตรวจหาสสารลักษณะเดียวกันอย่าง Alpha 6 รวมกันเกินกว่า 1,000 เครื่อง ซึ่งมีมูลค่ารวมกันหลายร้อยล้านบาท
นอกจากปัญหาการจัดซื้อเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์โดยมิได้ตรวจสอบการทำงาน วิธีการจัดซื้อก็อาจก่อปัญหาเช่นกันโดยปกติการจัดซื้อวัสดุ ครุภัณฑ์ หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของกองทัพ มักใช้การซื้อโดยวิธีพิเศษซึ่งในบางกรณีอาจมีความจำเป็น เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่งการจัดซื้อด้วยวิธีดังกล่าวอาจทำให้หน่วยงานภาครัฐได้ของที่ราคาแพงเกินจริง เมื่อเทียบกับการจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคา หรืออาจได้ของที่ไม่ได้คุณภาพตามที่ต้องการ
นอกจากนี้ ความไม่โปร่งใสของการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ยังเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตแม้ว่ารัฐบาลจะจัดซื้อเครื่อง GT 200 มาตั้งแต่ปี 2547 แต่การจัดซื้อจำนวนมากเกิดขึ้นในช่วงปี 2550-2552 รัฐบาล ได้จัดซื้ออย่างน้อย 14 ครั้ง รวม 627 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ากว่า 570 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดซื้อโดยกรมสรรพาวุธทหารบก 8 ครั้ง รวม 408 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 370 ล้านบาท หรือเครื่องละประมาณ 900,000 บาท โดยใช้ทั้งงบประมาณของกองทัพบก และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)