ศาลอาญาพิพากษาให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี "กระเดื่อง" สมาชิกกลุ่มศิลปะปลดแอก ละเมิดอำนาจศาล ร่วมชุมนุมหน้าบันไดศาล 29 เม.ย. .

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ในฐานะโจทก์ กล่าวหา นายพิสิฎฐ์กุล หรือกระเดื่อง ควรแถลง ในความผิดฐาน ละเมิดอำนาจศาล เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 29 เม.ย.2564 จากกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาได้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มบุคคลบริเวณหน้าบันไดบริเวณทางขึ้น ด้านหน้าศาลอาญา ในลักษณะที่ก่อความวุ่นวาย อีกทั้งยังได้พูดตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ฯด้วย
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่ผู้ถูกกล่าวหาตะโกนด่าทอ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยถ้วยคำหยาบคายเป็นการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำในบริเวณศาล ในวันที่ศาลเปิดทำการ เวลาราชการอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาล หรือการทำงานของเจ้าหน้าที่ทำให้ประชาชนที่ติดต่อราชการไม่ได้รับความสะดวกเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลอาญา ที่อ้างว่าถ้อยคำที่ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากมีการกล่าวหาการชุมนุมทำให้เกิดการระเบิดของโรคไวรัสโควิด-19 ไม่ได้กล่าวพาดพิงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาและเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
เห็นว่า ข้ออ้างดังกล่าวไม่อาจนำมาเป็นข้อแก้ตัวในการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอาญาได้ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล พิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตาม ป.วิแพ่ง มาตรา 30 ,31 (1) 33 ประกอบ ป.วิอาญา มาตรา 15

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหา มิได้มีพฤติการณ์หรือบทบาทสำคัญในการเตรียมวางแผนชุมนุมก่อความวุ่นวายไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ในลักษณะกดดันคุกคาม จงใจล่วงละเมิดกฎเกณฑ์สังคมและกฎหมายบ้านเมือง แต่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเพียงมาให้กำลังใจแนวร่วมที่ถูกดำเนินคดี นับว่ามีพฤติการณ์ไม่มากเท่าผู้อื่น ประกอบกับไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน มีอาชีพสุจริต ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงเห็นควรให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหากลับตัวเป็นพลเมืองดี ให้รอการกำหนดโทษ ไว้เป็นเวลา 2 ปี แต่เพื่อป้องปรามให้ตระหนักและระมัดระวังในการประพฤติตนจึงกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ โดยห้ามประพฤติตนในทำนองที่จะเกิดความไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ภายในกำหนดเวลารอการกำหนดโทษ